นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 255

ปีที่ 53 ฉบับที่ 255 กรกฎาคม - สิงหาคม 2568 | 7 เซลล์สุริยะจะเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า จากนั้นให้นักเรียนทุกคนได้ทดลอง เลื่อนแผ่นเซลล์สุริยะบนลูกโลกไปยังมุมต่างๆ ของลูกโลกจำ �ลอง โดยยังคง ตำ �แหน่งของแหล่งกำ �เนิดแสงไว้ และใช้มือสัมผัสบนแอมมิเตอร์ที่เชื่อมต่อ กับแผ่นเซลล์สุริยะ พร้อมกดปุ่มเพื่อฟังเสียงอ่านค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นจึงได้รับรู้ค่าพลังงานไฟฟ้าผ่าน เสียงอ่านค่าตัวเลขของแอมมิเตอร์ที่วัดกระแสไฟฟ้าที่มาจากการเปลี่ยน พลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าของแผ่นเซลล์สุริยะ ซึ่งนำ �ไปสู่ การแลกเปลี่ยนคำ �ตอบที่ได้จากการทดลองร่วมกับสมาชิกในห้องเรียน ตัวอย่างอุปกรณ์ดังภาพ 1 กิจกรรมคาบเรียนที่ 2 การเรียนรู้เรื่องวงจรไฟฟ้า ห้องเรียนฟิสิกส์ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายขนาดเล็กที่มีนักเรียน เพียง 4 คน เงียบลงขณะที่ครูเดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ทดลองในมือ ครูวางตัวต้านทานซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ด้วยตนเองไว้บนโต๊ะ จากนั้น จึงวางโวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีทั้งอักษร เบรลล์และระบบเสียงอ่านค่าที่วัดได้ แล้วใช้คำ �ถามต่อไปนี้ เพื่อให้นักเรียน ได้ทราบเป้าหมายของกิจกรรม “วันนี้เราจะมาทดลองกันว่าความต้านทานของตัวต้านทานมีค่าเท่าไร และจะคำ �นวณจากกฎของโอห์มได้อย่างไร” คาบเรียนนี้เราสังเกตและเข้าใจถึงคำ �ว่า “การออกแบบการเรียนรู้ ที่เป็นสากล” ได้อย่างแท้จริง เพราะในห้องเรียนขนาดเล็กนี้ นักเรียนแต่ละคน มีความบกพร่องทางการมองเห็นแตกต่างกันอย่างมาก โดยนักเรียนคนแรก ใช้ตำ �ราเรียนปกติ อ่านตัวเลขและสมการจากกระดาษ นักเรียนคนที่สอง ภาพ 1 การใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าจากแผ่นเซลล์สุริยะที่รับแสงจาก แหล่งกำ �เนิดแสงที่ส่องมายังลูกโลกจำ �ลอง ภาพ 2 หนังสือเรียนอักษรเบรลล์ในวิชาฟิสิกส์ แอมมิเตอร์ แผ่นเซลล์สุริยะ ใช้ตำ �ราที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถอ่านค่าจากเครื่องมือได้ ชัดเจนขึ้น นักเรียนคนที่สาม อ่านสมการจากตำ �ราอักษรเบรลล์ ดังภาพ 2 และใช้มือสัมผัสอุปกรณ์อย่างละเอียด ส่วนนักเรียนคนที่สี่ ใช้ซอฟต์แวร์ ช่วยอ่านและฟังผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งบันทึกผลการทดลอง ด้วยรูปแบบที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของนักเรียนรายบุคคล ทั้งการบันทึก ลงในสมุดบันทึก การพิมพ์ข้อมูลในโน้ตบุ๊กส่วนตัว และการพิมพ์ข้อมูล ผ่านอุปกรณ์อักษรเบรลล์ แม้ว่านักเรียนจะมีวิธีการทำ �ความเข้าใจเนื้อหาฟิสิกส์ที่แตกต่างกัน แต่เป้าหมายของคาบเรียนมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน กล่าวคือ ทุกคนจะได้รับ โอกาสในการปฏิบัติการทดลองเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่ากระแสไฟฟ้า กับความต่างศักย์ไฟฟ้าหรือที่เรารู้จักกันดีว่า กฎของโอห์ม โดยครูให้แต่ละคน ต่อวงจรไฟฟ้าโดยมีอุปกรณ์ช่วยดังนี้ • โวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์ที่ติดอักษรเบรลล์และออกเสียงได้

RkJQdWJsaXNoZXIy NzI2NjQ5