นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 257

24 | นิตยสาร สสวท. บทเรียนที่ครูได้เรียนรู้ ครูพบว่าการแสดงทางวิทยาศาสตร์ไม่เพียงกระตุ้นความสนใจ ของนักเรียน แต่ยังทำ �ให้นักเรียนได้ฝึกการทำ �งานเป็นทีม การแก้ปัญหา เฉพาะหน้า และการสร้างสรรค์วิธีเล่าเรื่อง ครูมีบทบาทเป็นผู้อำ �นวย ความสะดวก (Facilitator) คอยชี้แนะและเปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นเจ้าของ การเรียนรู้ ซึ่งต่างจากการสอนแบบเดิมที่ครูเป็นผู้กำ �หนดเกือบทั้งหมด กิจกรรมนี้พิสูจน์ว่า “วิทยาศาสตร์ไม่จำ �เป็นต้องอยู่แค่ในตำ �รา” แต่ สามารถกลายเป็นการเล่าเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นเวทีที่ เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้ฝึกคิด ฝึกสื่อสาร และฝึกทำ �งานเป็นทีม อย่างเท่าเทียม ที่สุดแล้วนักเรียนไม่เพียงได้ความรู้ แต่ยังได้ทักษะชีวิต ที่ติดตัวไปใช้ในอนาคต บทบาทของครูเปลี่ยนจากผู้สอนไปสู่การเป็นโค้ช ที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง บทบาทของครูเปลี่ยนจากผู้สอนไปสู่การเป็นโค้ชที่คอยสนับสนุนอยู่ เบื้องหลัง ครูทำ �หน้าที่ออกแบบและอำ �นวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์แทนการถ่ายทอดเนื้อหาเพียง อย่างเดียว เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด วางแผน ทดลอง และนำ �เสนอผลงาน ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอน กระบวนการดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้นักเรียน พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา การทำ �งานเป็นทีม การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความคิด สร้างสรรค์ ซึ่งเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในระหว่างการเตรียมและนำ �เสนอการแสดง ครูจึงมีบทบาทในการชี้แนะ สนับสนุน และให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อเสริมพลังให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา ทักษะเหล่านี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ กิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับสมรรถนะหลักที่หลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และร่างหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2564 เน้นย้ำ � คือ “ความสามารถในการสื่อสาร” และ “การใช้ภาษาและสื่อวิทยาศาสตร์” (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551; 2564) เมื่อนักเรียนสามารถเล่าเรื่อง วิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและเข้าใจง่ายก็ย่อมก้าวสู่การเป็นพลเมือง ที่มีความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific literacy) ตามที่ Burns, O’Connor และ Stocklmayer (2003) กล่าวไว้

RkJQdWJsaXNoZXIy NzI2NjQ5