นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 257

42 | นิตยสาร สสวท. F riedrich Wilhelm August Fr ö bel หรือ ฟรีดริช วิลเฮล์ม ออกุสต์ เฟรอเบล เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1782 และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1852 เป็นนักการศึกษาชาวเยอรมันผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการการศึกษา ทั้งในแง่ของหลักสูตร การฝึกอบรมครู การออกแบบของเล่น และ การจัดสภาพแวดล้อม โดยเชื่อว่าเด็กพัฒนาผ่านการเล่นซึ่งเปรียบเสมือน เครื่องมือในการเรียนรู้ การให้คำ �แนะนำ � การจัดเตรียมสื่อและสภาพแวดล้อม เพื่อให้เด็กได้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย บทบาทของครูจึงไม่ใช่ผู้สอน แต่เป็นผู้สนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการทำ �กิจกรรมอย่าง เหมาะสม ในบทความนี้ ผู้เขียนจะชวนผู้อ่านทุกท่านไปสำ �รวจแนวคิดของ เฟรอเบล พร้อมกับเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Friedrich Fr ö bel อันเป็นสถานที่ สำ �คัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นต้นกำ �เนิดของอนุบาลแห่งแรก และจะพา ผู้อ่านไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่นำ �แนวคิดของเฟรอเบลมาใช้ในนิตยสารฉบับต่อไป ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานร่วมกับคณะนิสิตและอาจารย์ สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ เมือง Bad Blankenburg ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สถานที่ต้นกำ �เนิดของอนุบาล “Kindergarten” Friedrich Fr ö bel Museum หรือพิพิธภัณฑ์ฟรีดริช เฟรอเบล ตั้งอยู่ในเมือง Bad Blankenburg รัฐ Thuringia ของเยอรมัน เป็นสถานที่ สำ �คัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นต้นกำ �เนิดของคำ �ว่า “Kindergarten” ที่นิยม เรียกอนุบาลกันในปัจจุบัน หลังจากที่เฟรอเบลย้ายมายังเมือง Bad Blankenburg ในปี ค.ศ. 1837 หรือกว่า 180 ปีมาแล้ว ได้เริ่มคิดค้นชุดของเล่นเพื่อการศึกษา และออกแบบโปรแกรมเพื่อการเลี้ยงดูและการศึกษาสำ �หรับเด็กปฐมวัย โดยในปี ค.ศ. 1839 เฟรอเบลได้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้ขึ้นเป็น “Spiel-und ภาพ 1 Friedrich Fröbel ในพิพิธภัณฑ์ฯ ภาพ 2 Friedrich Fröbel Museum Bech ä ftigungsanstalt (Institute for Playing and Occupation)” หรือสถาบันเพื่อการเล่นและการงานหรือการทำ �กิจกรรม ซึ่งเดิมทีเรียกว่า “Haus ü ber dem Keller (House above the cellar)” หรือบ้าน บนห้องใต้ดิน ต่อมาในปี ค.ศ. 1840 เฟรอเบลได้เปลี่ยนชื่อสถานที่แห่งนี้เป็น “Kindergarten” (Friedrich-Fr ö bel-Museum, 2015; Fr ö bel, 2012) ซึ่งเป็น ภาษาเยอรมันที่มาจากคำ �ว่า Kinder (Children) ที่แปลว่า เด็ก และ Garten (Garden) ที่แปลว่า สวน จึงแปลตรงตัวว่า “สวนเด็ก” โดยมีนัยยะทั้ง ในเชิงโครงสร้างคือ “สวนสำ �หรับเด็ก” (a Garden for Children) อันเป็น สถานที่ที่เด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติได้ และนัยยะในเชิงจิตวิญญาณ คือ “สวนแห่งเด็ก” (a Garden of Children) หรือสวนแห่งการเติบโต ของเด็ก ที่ซึ่งเมล็ดพันธุ์ (Plants) หรือเด็กๆ สามารถเติบโตและพัฒนา ได้อย่างอิสระ โดยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนสวน (Gardeners) หรือ ครู (May et al., 2017) Kindergarten จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ใน การอนุบาลต้นกล้าให้เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพ 3 (บน) สวนเด็ก (Garten der Kinder) ปี 1840 โดย Albert Schmiedeknecht จากหนังสือ Friedrich-Fröbel-Museum (2015) ภาพ 4 (ล่าง) แบบจำ �ลองสวนเด็กที่แสดงในพิพิธภัณฑ์

RkJQdWJsaXNoZXIy NzI2NjQ5