นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258
10 | นิตยสาร สสวท. คำ� ว่า Pseudo เป็นคำ�นำ�หน้าที่มาจากภาษากรีก Pseudes แปลว่า เท็จ ปลอม เช่น Pseudonym แปลว่า ชื่อปลอมของนักเขียน หรือนามปากกานั่นเอง ส่วนวิทยาศาสตร์เทียม (Pseudoscience) คือ ความเชื่อหรือแนวคิดที่พยายามเลียนแบบลักษณะของวิทยาศาสตร์ แต่แท้จริงแล้วยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถตรวจสอบได้ตาม วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) วิทยาศาสตร์เทียมมักใช้ ศัพท์เฉพาะ ตัวเลข หรือคำ�อธิบายเพื่อแสดงว่าสอดคล้องกับหลักการทาง วิทยาศาสตร์ แต่ในความจริงแล้วไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบ อย่างเป็นระบบหรือการทดลองซ้ำ� (Replication) อีกทั้งวิทยาศาสตร์ เทียมส่วนใหญ่มักเป็นการนำ�เสนอข้อมูลฝ่ายเดียว ขาดการถกเถียง อย่างตรงไปมาและมักไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) แต่คำ�ถามคือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าอะไรคือ วิทยาศาสตร์ อะไรคือวิทยาศาสตร์เทียม นอกจากการพยายามสังเกตดูว่า ทฤษฎีหรือความเชื่อนั้นใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ยังมีนักปรัชญา ท่านหนึ่งเสนอแนวคิดเอาไว้เมื่อประมาณ 70 ปีก่อน คาร์ล ปอปเปอร์ ที่มา : https://www.lindahall.org/about/news/scientist-of-the-day/karl-popper/ คาร์ล ปอปเปอร์ (Karl Popper ค.ศ. 1902 - 1994) เป็น นักปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 หลังจากศึกษา ทั้งด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และจิตวิทยา ปอปเปอร์เองได้เคยไปฟัง ไอน์สไตน์บรรยายเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพ ปอปเปอร์ได้หันมาสนใจคำ�ถาม พื้นฐานว่าอะไรคือสิ่งที่ทำ�ให้ทฤษฎีหนึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ เขาเสนอแนวคิด สำ�คัญเรื่องการพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ หรือหลักพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ (Falsifiability) คือ แนวคิดที่ว่าข้อเสนอทางวิทยาศาสตร์ที่ดีต้องสามารถถูกพิสูจน์ว่า ผิดได้ในทางหลักการ (Capable of being Proven False) กล่าวคือ ถ้าข้อเสนอหนึ่งไม่สามารถถูกทดสอบหรือพิสูจน์ว่าผิดได้ ไม่ว่า ผลการทดลองจะออกมาอย่างไรก็ยังอ้างได้ว่าถูกเสมอ ข้อเสนอนั้นไม่ถือว่า เป็นวิทยาศาสตร์ โดยเขาเสนอแนวคิดนี้ในหนังสือที่ชื่อ The Logic of Scientific Discovery ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1959 ปอปเปอร์ได้ยกตัวอย่าง ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ (อธิบายคร่าวๆ คือแนวคิดทางจิตวิทยา ที่อธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ว่าได้รับอิทธิพลอย่างมากจากจิตไร้สำ�นึก ซึ่งเป็นส่วนของจิตใจที่เราไม่รู้ตัวแต่ยังคงส่งผลต่อการกระทำ� ความรู้สึก และการตัดสินใจ โดยฟรอยด์ให้ความสำ�คัญในการอธิบายพฤติกรรมของ มนุษย์ว่าประสบการณ์ในวัยเด็ก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางจิตใจในช่วง พัฒนาการต่างๆ มีผลอย่างลึกซึ้งต่อบุคลิกภาพและปัญหาทางจิต เมื่อเราได้เติบโตขึ้น) ที่เขาให้ความเห็นว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียมเพราะ คำ�อธิบายของทฤษฎีนี้สามารถใช้อธิบายได้ทุกเหตุการณ์ คือ ทฤษฎีนี้ ไม่มีผิดเลย ยกตัวอย่างเช่น ชายคนหนึ่งผลักเด็กตกน้ำ�และอีกคนหนึ่ง กระโดดลงน้ำ�เสี่ยงชีวิตไปช่วยเด็ก ทฤษฎีของฟรอยด์มีคำ�อธิบายของ ทั้งสองกรณีคือ ชายคนแรกทำ�ไปเพราะมีความเก็บกด ขณะที่อีกคนหนึ่ง ทำ�ไปเพราะต้องการชดเชยบางสิ่งบางอย่าง ในทางกลับกันปอปเปอร์มัก เปรียบเทียบทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์กับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ของไอน์สไตน์ ซึ่งทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ในตอนนั้น ยังเป็นแค่ทฤษฎียังไม่มีการทดลองเพื่อยืนยันความถูกต้องของทฤษฎีนี้ ไอน์สไตน์เสนอว่าแรงโน้มถ่วงเกิดจากการที่มวลและพลังงานทำ�ให้ ปริภูมิเวลา (Spacetime) โค้งงอ วัตถุและแสงที่เคลื่อนที่ในบริเวณนั้นจึง เคลื่อนที่ตามเส้นทางโค้งของปริภูมิเวลา การทำ�นายที่สำ�คัญประการหนึ่ง ของทฤษฎีนี้คือ แสงจากดาวฤกษ์จะเบนออกจากเส้นทางตรงเมื่อผ่านใกล้ วัตถุมวลมาก เช่น ดวงอาทิตย์ มีการจัดคณะสำ�รวจสองชุดโดยชุดหนึ่ง นำ�โดยเซอร์อาร์เธอร์ เอดดิงตัน (Sir Arthur Eddington) ไปยังเกาะปริงซิเป ( Príncipe ) บริเวณชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา และอีกชุดหนึ่งเดินทาง ไปยังเมืองโซบรัล (Sobral) สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ในช่วงการเกิด สุริยุปราคาเต็มดวงวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง โดยดวงจันทร์ ทำ�ให้นักสำ�รวจสามารถถ่ายภาพดาวฤกษ์ที่ปรากฏอยู่ใกล้ ขอบดวงอาทิตย์ได้ จากนั้นจึงนำ�ตำ�แหน่งของดาวฤกษ์ไปเปรียบเทียบกับ ตำ�แหน่งปกติในยามค่ำ�คืนพบว่า ตำ�แหน่งของแสงดาวฤกษ์มีการเบน เล็กน้อยประมาณ 1.75 ฟิลิปดา (Arcseconds) ซึ่งตรงกับค่าที่ไอน์สไตน์ ทำ�นายไว้พอดี การยืนยันผลดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ ของฟิสิกส์เพราะเป็นครั้งแรกที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้รับการพิสูจน์ จากการสังเกตจริง และทำ�ให้ไอน์สไตน์กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ระดับโลก เราจะเห็นว่าทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ขาดการพิสูจน์ว่า เป็นเท็จได้จึงจัดว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม ส่วนทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของ ไอน์สไตน์มีการพิสูจน์ว่าเป็นเท็จได้ จึงจัดว่าเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ที่ดี อย่างไรก็ตาม วิชาจิตวิทยาในปัจจุบันถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์มีวิธีการ ทางวิทยาศาสตร์เหมือนวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ โดยใช้เพื่อหาความจริง เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ ตัวอย่างเช่น นักจิตวิทยาอาจทำ�การทดลองว่า การนอนหลับมีผลต่อความจำ�อย่างไร ซึ่งทั้งหมดอาศัยการวัด การสังเกต และสถิติอย่างเป็นระบบ คุณสมบัติของวิทยาศาสตร์ที่ดีมีหลายประการ เช่น สามารถ ตรวจวัดค่าได้ การทดลองมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากอธิบาย ปรากฏการณ์ต่างๆ ได้แล้วบางครั้งยังสามารถทำ�นายปรากฏการณ์ที่จะ
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==