นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258

22 | นิตยสาร สสวท. ประเมินกระบวนการสืบเสาะของตนเอง คำ�ถามนี้ทำ�ให้นักเรียนต้อง ย้อนกลับมาพิจารณาว่าการทดลองที่ออกแบบไว้ครอบคลุมหรือไม่ เช่น นักเรียนอาจพบว่าตนเองทดสอบเฉพาะกรณีที่ควาร์กมีสีต่างกัน แต่ยังไม่ได้ ทดสอบกรณีที่ควาร์กมีสีเดียวกัน 4) การตีความข้อมูลที่มีการนำ�เสนอในรูปแบบต่างๆ เพื่อลงข้อสรุป ที่เหมาะสมจากข้อมูลและประเมินข้อดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเหล่านั้นได้ หลังจากนักเรียนรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว ครูใช้คำ�ถามว่า “เมื่อ พิจารณาข้อมูลในตารางทั้งหมดแล้ว นักเรียนค้นพบรูปแบบการรวมตัว ของโปรตอนและนิวตรอนอย่างไรบ้าง” เพื่อนำ�ไปสู่การวิเคราะห์ผลและ ตีความข้อมูล นักเรียนเริ่มต้นด้วยการสังเกตรูปแบบจากตาราง โดยพิจารณา ข้อมูลจากทุกส่วน เช่น ชิ้นส่วนควาร์ก สีของแต่ละชิ้นส่วน และผลรวม ประจุไฟฟ้า การตอบคำ�ถามเหล่านี้ต้องอาศัยทักษะการวิเคราะห์และ การจำ�แนกประเภท นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถเปรียบเทียบข้อมูล ระหว่างกรณีที่สามารถรวมกันได้และรวมกันไม่ได้ เช่น รูปแบบการต่อ ชิ้นส่วน u u d ที่มีองค์ประกอบสีแดง แดง และเขียว ไม่สามารถรวมกันได้ เพราะมีสีแดงซ้ำ�กันสองชิ้น และรูปแบบการต่อชิ้นส่วน u u d ที่มี องค์ประกอบสีแดง เขียว และน้ำ�เงิน สามารถรวมกันได้เพราะมีองค์ประกอบสี ครบทั้งสามสี เพื่อยืนยันว่าการจัดสีมีความสำ�คัญเช่นเดียวกับผลรวม ประจุไฟฟ้า การตีความข้อมูลจากหลายมิติเช่นนี้ช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่า โปรตอนและนิวตรอนมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอย่างไร และเหตุใดจึง มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่แตกต่างกัน บทสรุป กิจกรรม Quark Puzzle เป็นตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้แบบชี้แนะ (Guided Inquiry) ที่พัฒนาสมรรถนะ ทางวิทยาศาสตร์สมรรถนะที่ 2 ตามกรอบการประเมิน PISA 2025 ได้ อย่างชัดเจน กิจกรรมช่วงแรกที่ให้นักเรียนสำ�รวจและค้นพบรูปแบบ การรวมกันของชิ้นส่วนควาร์กด้วยตนเองผ่านการออกแบบการทดลอง กำ�หนดตัวแปร บันทึกข้อมูล และวิเคราะห์รูปแบบ กิจกรรมช่วงที่สอง ทำ�ให้นักเรียนนำ�ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการสร้างโปรตอนและ นิวตรอน โดยพิจารณาทั้งผลรวมประจุไฟฟ้าและเงื่อนไขการจัดสี จนค้นพบว่า โปรตอนประกอบด้วยควาร์ก u u d และนิวตรอนประกอบด้วยควาร์ก u d d ซึ่งทั้งสองรูปแบบต้องมีองค์ประกอบสีครบทั้งสามสี สิ่งสำ�คัญของ กิจกรรมคือ การใช้คำ�ถามในการดำ�เนินกิจกรรมแทนการบอกคำ�ตอบหรือ ระบุขั้นตอนของกิจกรรม ทำ�ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะตั้งแต่การระบุคำ�ถาม ที่สามารถตรวจสอบได้ การออกแบบการทดลองอย่างเป็นระบบ การประเมินความเหมาะสมของวิธีการทดลอง และการตีความข้อมูลและ สร้างข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับ การให้นักเรียนออกแบบตารางบันทึกผลเอง ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องความสำ�คัญของการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลการทดลอง McGinness, L. & Dührkoop, S. & Woithe, J. & Jansky, A. (2019). 3D Printable Quark Puzzle: a model to build your own particle systems. The Physics Teacher, 57( 8): 526–528. https://doi.org/10.1119/1.5131116 National Research Council. (2012). A Framework for K–12 Science Education: practices, crosscutting concepts, and core ideas . Washington, DC: The National Academies Press. OECD. (2023). PISA 2025. Science Framework . Retrieved December 9, 2025, from https://pisa-framework.oecd.org/science-2025/. S’Cool LAB. (n.d.). Quark puzzle. CERN. Retrieved December 9, 2025, from https://scoollab.web.cern.ch/quark-puzzle. ศูนย์ดำ�เนินงาน PISA แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2568). กรอบการประเมินด้านวิทยาศาสตร์ PISA 2025. กรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2569, จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/science_competency_framework/. บรรณานุกรม ภาพจาก: https://www.myminifactory.com/object/3d-print-quark-puzzle-314831

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==