นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258

ปีที่ 54 ฉบับที่ 258 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 | 25 คุณภาพการศึกษา ทั้งการลดภาระงานครู การจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล และการเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียน พร้อมเตรียมบรรจุ AI ลงใน หลักสูตรชาติภายในสองปีข้างหน้า เพื่อให้ผู้เรียนทุกระดับมีประสบการณ์ เรียนรู้ด้าน AI อย่างเป็นระบบ ประเทศอื่น เช่น ฟินแลนด์และสหราชอาณาจักร ก็เดินหน้าเพิ่มเนื้อหา AI และวิทยาการข้อมูลในหลักสูตร เพื่อเตรียม ผู้เรียนให้มีทักษะพร้อมต่อการทำ�งานและการเป็นพลเมืองดิจิทัลในอนาคต ตัวอย่างในสโลวาเกีย โรงเรียน Ludovit Stur Primary School ได้ริเริ่ม หลักสูตรสมรรถนะใหม่ เน้นการแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ และการใช้ เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ โดยยังคำ�นึงถึงสุขภาวะและพัฒนาการ ทางสังคมของผู้เรียนควบคู่กันไป นอกจากนี้ OECD ยังพัฒนาเครื่องมือวัด สมรรถนะด้าน AI ที่เรียกว่า AI Capability Indicators เพื่อใช้ประเมิน ทักษะของผู้เรียนระดับนานาชาติในอนาคต เช่น การสอบ PISA 2029 ที่จะรวมทักษะด้าน AI เข้าไปในการประเมินด้วย ในการประชุม นายปีเตอร์ เปลเลกรินี ประธานาธิบดีสโลวาเกีย เน้นว่า AI เกิดจากการศึกษา และการศึกษาต้องเป็นผู้กำ�หนดทิศทาง การพัฒนาของ AI พร้อมชี้ว่าการส่งเสริมความรู้เท่าทัน AI เป็นสิ่งจำ�เป็น เพื่อให้ผู้คนเข้าใจศักยภาพ ข้อจำ�กัด และสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ เขาย้ำ�ว่า AI ควรเป็นผู้ช่วยครู ไม่ใช่ ผู้แทนครู โดยครูยังต้องทำ�หน้าที่ฝึกให้นักเรียนตั้งคำ�ถาม วิเคราะห์เหตุผล และถกเถียงอย่างมีวุฒิภาวะ เปลเลกรินียังเตือนว่า เช่นเดียวกับที่ GPS ทำ�ให้เราลืมวิธีอ่านแผนที่ Generative AI อาจทำ�ให้เราพึ่งพาเทคโนโลยี จนสูญเสียความสามารถในการนำ�ทางความจริง โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ ที่นำ�เสนอข้อมูลอย่างฉับไวและผิวเผิน เขาจึงเรียกร้องให้โรงเรียนช่วยให้ นักเรียนมองลึกกว่าผิวของปัญหา พร้อมทิ้งท้ายว่า อนาคตจะขึ้นอยู่กับ คุณภาพของการตัดสินใจของมนุษย์ ไม่ใช่ความเร็วของอัลกอริทึม และหาก ผสานจริยธรรมกับการศึกษาที่กล้าคิด กล้านำ� AI มาใช้จะช่วยยกระดับ ความเป็นมนุษย์มากกว่าจะลดทอนมันลง เปลี่ยน “สอนอย่างไร”: บทบาทครูและการจัดการเรียนการสอนในยุค AI นอกเหนือจากการปรับปรุงเนื้อหาที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ อีกมิติหนึ่ง ที่สำ�คัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนและบทบาท ของครูในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในห้องเรียน ประเด็น “How to Teach - จะสอนอย่างไร” ได้รับการหยิบยกเป็นหัวข้อหลักที่สอง ในการประชุมครั้งนี้ โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันพิจารณาว่าในการทำ�ให้ หลักสูตรที่ปรับปรุงใหม่ประสบผลสำ�เร็จนั้นจำ�เป็นต้องมีการพัฒนา การจัดการเรียนการสอนควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดการนำ�นโยบายหลักสูตร ไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (Effective and Sustainable Curriculum Implementation) หัวใจสำ�คัญอยู่ที่การส่งเสริมให้ครู สามารถปรับบทบาทและวิธีสอนของตนให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ได้ ครูในยุค AI ต้องก้าวจากบทบาทผู้ถ่ายทอดความรู้ไปสู่ “ผู้อำ�นวยการเรียนรู้” ที่ออกแบบประสบการณ์และชี้แนะผู้เรียน เนื่องจาก ข้อมูลจำ�นวนมหาศาลหาได้ง่ายผ่านเทคโนโลยี ครูจึงต้องใช้ AI อย่าง ชาญฉลาด ทั้งระบบสอนเสริมอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเพื่อ ปรับการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนรายบุคคล ขณะเดียวกันยังต้องทำ�หน้าที่ ในด้านที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การพัฒนาทักษะสังคม-อารมณ์ การปลูกฝัง คุณธรรม และการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ อย่างแท้จริง การเปลี่ยนบทบาทครูในยุค AI จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี การพัฒนาศักยภาพครูอย่างเป็นระบบ หลายประเทศจึงลงทุนในโครงการ อบรมและสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง การประชุม OECD Global Forum ยังชี้ให้เห็นความสำ�คัญของกรอบ OECD Teaching Compass ที่ส่งเสริมทั้งสมรรถนะ ความเป็นเจ้าของวิชาชีพ (Teacher Agency) และความผาสุกของครู การยกระดับคุณภาพชีวิตและแรงจูงใจของครูจึง เป็นปัจจัยสำ�คัญเพราะเมื่อครูพร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป หลักสูตรในยุค AI ก็มีโอกาสประสบความสำ�เร็จมากยิ่งขึ้น การสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้ หลายประเทศได้เริ่มโครงการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของครู ด้าน AI อย่างเป็นรูปธรรม ดังกรณีของสาธารณรัฐสโลวาเกียที่ระบุชัดเจนว่า หนึ่งในเป้าหมายของการนำ� AI เข้ามาในระบบการศึกษาคือการช่วยลด ภาระงานเอกสารและงานธุรการของครู ทำ�ให้ครูสามารถจัดเตรียมการสอน ได้สะดวกขึ้นและปรับบทเรียนให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนได้ดีขึ้น ผลที่คาดหวังคือ ครูจะมีเวลาและพลังงานมากขึ้นในการเอาใจใส่ผู้เรียน เป็นรายบุคคลและสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอนใหม่ๆ นอกจากนี้ ในเวที เสวนาของการประชุมยังมีการแลกเปลี่ยนจากประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ซึ่งให้ความสำ�คัญกับการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครู (Initial Teacher Education) และการพัฒนาครูระหว่างปฏิบัติงาน (Continuous Professional Development) เพื่อให้ครูรุ่นใหม่และครูปัจจุบันมีทักษะการสอนที่ ทันสมัยสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม นอกเหนือจากนี้ยังมีกรณีของสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียที่มีโครงการ ฝึกอบรมครูให้รู้เท่าทัน AI และระบบข้อมูล เช่น การพัฒนาหลักสูตร อบรมออนไลน์สำ�หรับครูทั่วประเทศด้านการใช้ AI เพื่อการศึกษา ซึ่งช่วยให้ ครูจำ�นวนมากสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่นี้ได้อย่างทั่วถึง การปฏิรูปการศึกษาในยุค AI ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากครูหรือ นักเรียนเพียงลำ�พัง แต่ต้องอาศัยระบบสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ภาครัฐ ต้องกำ�หนดนโยบายและมาตรฐานด้าน AI ในการศึกษา ภาคเอกชนต้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนรู้ และชุมชนต้องมีบทบาท ในการสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน โมเดลความร่วมมือนี้จะสร้าง ระบบนิเวศทางการศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างเต็มที่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ระบบการฝึกงาน และการเรียนรู้แบบ ลงมือทำ� (Work-based Learning) ในโรงเรียนสายอาชีพของสโลวาเกีย เช่น โรงเรียนมัธยมสายวิศวกรรมไฟฟ้า Halova ที่กำ�หนดให้นักเรียน ทุกคนต้องฝึกงานกับบริษัทหรือหน่วยงานภายนอกปีละหลายสัปดาห์ การฝึกปฏิบัติจริงนี้ทำ�ให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่ทันสมัยจาก ผู้เชี่ยวชาญนอกโรงเรียน ขณะเดียวกันบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา หลักสูตรและค้นหาบุคลากรรุ่นใหม่ไปพร้อมกัน ในด้านการใช้ AI ใน โรงเรียน ประเด็นจริยธรรมและความปลอดภัยได้รับการเน้นย้ำ�อย่างมาก โรงเรียนต้องออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าข้อมูลใดบ้างที่สามารถแบ่งปัน กับ AI และวิธีปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน นอกจากนี้ ควรสอนเด็ก

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==