นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258

ปีที่ 54 ฉบับที่ 258 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 | 29 ใ นห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เด็กหญิงคนหนึ่งเล่าด้วยสายตาสงสัยและ น้ำ�เสียงสั่นเครือให้เพื่อนๆ ฟัง คำ�พูดเหล่านั้นทำ�ให้บรรยากาศ นห้องเรียนเกิดความเงียบสงัด ก่อนมีเสียงซุบซิบตามมา “เกิดอะไรขึ้น กับคลองนั้น” และ “เราจะทำ�อะไรได้บ้าง” จากเรื่องเล่าที่ไม่ใช่เพียงแค่ เรื่องส่วนตัว แต่กลับเป็นพลังกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็กหญิงจนนำ�มาสู่คำ�ถาม สำ�คัญที่ว่าเราจะรักษาและฟื้นฟูสถานที่ที่เรารักได้อย่างไร เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงได้กลายเป็นจุดสำ�คัญแห่งการเรียนรู้ และการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ผ่านการสำ�รวจและสังเกตจากสถานที่จริง เชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์กับประสบการณ์เดิมของนักเรียน การเรียนรู้เช่นนี้ไม่เพียงสร้างความตระหนักและความผูกพัน แต่ยังทำ�ให้ เกิดการลงมือปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนของนักเรียนด้วย ครูจึงมีบทบาทสำ�คัญในการรับฟังเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อย และ นำ�มาใช้นำ�ทางให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียน กระตุ้น การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงประสบการณ์เดิม ความรู้และ ความผูกพันกับชุมชนของนักเรียนไปสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รอบตัว บทความนี้ได้นำ�เสนอแนวทางในการเชื่อมโยงมิติด้านอารมณ์ ความผูกพันกับสถานที่ โดยใช้การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ช่วยในการสื่อสาร ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนในการขับเคลื่อน การลงมือปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว “ทำ�ไมน้ำ�ในคลองหลังบ้านจึงเปลี่ยนสี” คำ�ถามที่อาจดูเล็กน้อยในสายตาบางคน แต่สำ�หรับครู วิทยาศาสตร์ นั่นคือ หัวใจของการสืบเสาะหาความรู้ เพราะทุกการสังเกตเห็น สิ่งผิดปกติรอบตัวคือ จุดเริ่มต้นของการตั้งคำ�ถามและค้นหาคำ�ตอบอย่าง มีเหตุผล เมื่อครูเปิดพื้นที่ให้รับฟังเสียงของนักเรียน คำ�ถามนั้นจึง ไม่หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ขยายไปสู่พื้นที่จริงที่นักเรียนมีความผูกพัน อย่างเช่น คลองหลังบ้าน ซึ่งกลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เต็มไปด้วย โจทย์แห่งการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่จริงเช่นนี้จึงเกิดขึ้นอย่าง เป็นธรรมชาติ นักเรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสำ�รวจ สังเกต บันทึกข้อมูล วิเคราะห์ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบให้ผู้อื่นเข้าใจ นี่คือ จุดเชื่อมสำ�คัญของการศึกษาอิงสถานที่ (Place-Based Learning) ที่ช่วย ให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้เนื้อหาสาระในห้องเรียน แต่เป็นพลัง ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนของนักเรียน ด้วย การศึกษาอิงสถานที่ การศึกษาอิงสถานที่คือ แนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริงของนักเรียน (Sobel, 2005) โดย มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับบริบทชุมชน การสัมผัสด้าน สถานที่ (Sense of place) ทำ�ให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำ�คัญของ สิ่งแวดล้อมรอบตัว ตามกรอบของ Granit-Dgani (2021, as cited in Yemini et al., 2025) การเรียนรู้โดยใช้สถานที่เป็นฐาน มี 4 มิติ ได้แก่ 1) Learning in the place คือ การย้ายการเรียนรู้จากห้องเรียน ไปสู่พื้นที่จริง 2) Study of the place คือ การสำ�รวจและสังเกต สิ่งแวดล้อมในพื้นที่จริงอย่างเป็นระบบ 3) Learning from the place คือ การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และ 4) Learning for the sake of the place คือ การเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูหรือพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น ไม่ได้ มีเป้าหมายอยู่ที่การให้นักเรียนรู้จักสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการสร้าง ความผูกพัน ความรับผิดชอบ และแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์พื้นที่ที่ตน มีความรักและผูกพันด้วย ขั้นตอนการศึกษาอิงสถานที่เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การศึกษาอิงสถานที่มีที่มาจากแนวคิดของ Sobel (2005) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน 1) ขั้นเตรียมทักษะพื้นฐาน 2) ขั้นสำ�รวจประเด็น สิ่งแวดล้อมในชุมชน 3) ขั้นวิเคราะห์บริบทของประเด็นสิ่งแวดล้อมใน ชุมชน 4) ขั้นวางแผนและดำ�เนินการด้านการรู้สิ่งแวดล้อม และ 5) ขั้น นำ�เสนอและประเมินผลงานด้านการรู้สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางการ จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถนำ�ข้อมูลและหลักฐานทาง วิทยาศาสตร์มาสร้างจิตสำ�นึกต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเองได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการศึกษาอิงสถานที่ เรื่อง คลองหลังบ้านที่ฉันคิดถึง โรงเรียนหลายแห่งมีลำ�คลองหรือแหล่งน้ำ�ใกล้ชุมชนที่เคยเป็น พื้นที่แห่งความทรงจำ�ของนักเรียน แต่ปัจจุบันกลับเผชิญปัญหาด้านน้ำ� ปัญหาเหล่านี้แม้ดูไกลตัวเด็กๆ แต่สามารถกลายเป็นโจทย์ชีวิตจริง กิจกรรมจากคลองหลังบ้านที่ฉันคิดถึงจึงออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้ เรียนรู้ผ่านสถานที่จริงของตนเอง กิจกรรมนี้เหมาะสำ�หรับนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาชุมนุมสิ่งแวดล้อม โดยการศึกษาอิงสถานที่ ตามแนวทางของ Sobel (2005) มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นเตรียมทักษะพื้นฐาน : ขั้นตอนนี้ ครูเลือกกรณีตัวอย่างให้ สอดคล้องกับสถานที่ในชุมชน จากนั้นกระตุ้นให้นักเรียนคิดวิเคราะห์และ ตอบคำ�ถามผ่านการระดมความคิดเพื่อให้เกิดการรับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ในชุมชน ดังนี้ 1) นักเรียนหลับตาและนึกถึงแหล่งน้ำ�ในชุมชนของตนเองที่เคย มีความหมายในชีวิต เช่น สถานที่ที่เคยเล่น หรือเคยใช้เวลาร่วมกับ ครอบครัว จากนั้นครูตั้งคำ�ถามชวนคิดว่า “แหล่งน้ำ�นั้นเคยเป็นอย่างไร ในความทรงจำ�ของนักเรียน” และ “ความรู้สึกของนักเรียนเป็นอย่างไร เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำ�ในปัจจุบัน” เพื่อเปิดพื้นที่ทาง อารมณ์และเชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนบุคคลของนักเรียนเข้ากับประเด็น สิ่งแวดล้อมในชุมชน 2) นักเรียนชมคลิปวีดิทัศน์สั้น เรื่อง เด็กหญิงเล่าเรื่องคลองที่ เน่าเสียเพื่อให้นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า “ทำ�ไมคลอง จึงเน่าเสีย” นักเรียนแต่ละคนระดมความคิดใน Padlet ดังแสดงตัวอย่าง การระดมความคิดดังภาพ 1

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==