นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258

36 | นิตยสาร สสวท. บุคคลที่มี IQ สูงโดดเด่น เช่น Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft มี IQ ประมาณ 160 หรือ Terence Tao นักคณิตศาสตร์ อัจฉริยะระดับโลกที่มี IQ อยู่ระหว่าง 225 - 230 ซึ่งจัดว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก แต่ IQ สูงไม่ได้หมายถึงความสำ�เร็จเสมอไป ตัวอย่างชัดเจนคือ Nikola Tesla ผู้มี IQ ประมาณ 160 แม้เขาจะเป็นนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เพราะขาดทักษะด้าน EQ และ SQ ทำ�ให้ไม่สามารถประสบความสำ�เร็จในทางธุรกิจและเสียชีวิตอย่างยากจน เรื่องราวนี้สะท้อนว่า IQ เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อ การสร้างความสำ�เร็จที่ยั่งยืน เกร็ดน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ Albert Einstein ซึ่งมักถูกยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอัจฉริยะของมนุษยชาติ แม้เขาไม่เคยทำ�แบบทดสอบ IQ อย่างเป็นทางการ แต่จากการประเมินของนักวิจัย พบว่า IQ ของเขาน่าจะอยู่ระหว่าง 160 - 190 ซึ่งทำ�ให้เขาอยู่ในกลุ่ม 0.1% แรกของประชากรโลกที่มีสติปัญญาสูงที่สุด 2. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ): เข็มทิศทางอารมณ์สู่การเป็นผู้นำ� หาก IQ คือสมองแห่งการคิดวิเคราะห์ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ ก็คือหัวใจของการทำ�งานร่วมกับผู้อื่นและการเป็นผู้นำ�ที่แท้จริง ผู้นำ�ที่ขาด EQ มักสร้าง บรรยากาศการทำ�งานที่เป็นพิษ เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่ไว้วางใจ ในทางกลับกัน ผู้นำ�ที่มี EQ สูงสามารถเข้าใจ ควบคุม และบริหารจัดการอารมณ์ ทั้งของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม จึงสามารถสร้างทีมที่เข้มแข็งและพร้อม เผชิญหน้ากับความท้าทาย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Abraham Lincoln ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นที่รู้จักในด้านการบริหารอารมณ์ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในยามที่ต้องจัดการกับความกดดันส่วนตัวและเมื่อเผชิญกับวิกฤติระดับชาติ ความสามารถด้าน EQ นี้เอง ที่ทำ�ให้เขาสามารถนำ�พาประเทศผ่านสงครามกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา งานวิจัยยังตอกย้ำ�ถึงความสำ�คัญของ EQ โดยพบว่าผู้ที่มี EQ สูงมักมีรายได้เฉลี่ยต่อปีมากกว่าผู้ที่มี EQ ต่ำ�ถึงประมาณ 29,000 ดอลลาร์สหรัฐ และทุกๆ 1 คะแนนที่เพิ่มขึ้นในระดับ EQ อาจสัมพันธ์กับรายได้ต่อปีที่เพิ่มขึ้นราว 1,300 ดอลลาร์ ข้อค้นพบนี้ แสดงให้เห็นว่า EQ ไม่ได้เป็นเพียงทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความสำ�เร็จและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอีกด้วย 3. ความฉลาดทางสังคม (SQ): ศิลปะแห่งสายสัมพันธ์และอิทธิพล หาก IQ คือสมองแห่งการคิดวิเคราะห์ และ EQ คือเข็มทิศทางอารมณ์แล้ว SQ หรือความฉลาดทางสังคมก็คือศิลปะในการเชื่อมโยงผู้คน SQ คือ ความสามารถ ในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพในระยะยาว บุคคลที่มี SQ สูงสามารถ สร้างเครือข่ายที่แข็งแรง ทำ�งานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับความไว้วางใจ จากผู้อื่นโดยง่าย ตัวอย่างชัดเจนคือ Warren Buffett นักลงทุนชื่อก้องโลก ผู้ซึ่งไม่ได้ประสบความสำ�เร็จเพียงเพราะความฉลาดทาง สติปัญญา (IQ) ที่แสดงออกผ่านความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ทางการเงินและการลงทุนเท่านั้น แต่เพราะทักษะ SQ อันโดดเด่นที่ช่วยให้เขาสามารถสร้างเครือข่ายและความไว้วางใจที่ยั่งยืนกับคู่ค้าและนักลงทุน ความสามารถนี้เปรียบเสมือนสะพาน ที่เชื่อมความรู้กับโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน SQ ยังมอบประโยชน์ที่สำ�คัญต่อทั้งชีวิตการทำ�งานและสังคม ได้แก่ ทำ�ให้การทำ�งานร่วมกันราบรื่นและลดความขัดแย้ง เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือใหม่ๆ เพิ่มอิทธิพลในองค์กรและวงสังคม ดังนั้น เมื่อมองโดยภาพรวม SQ จึงไม่ใช่เพียง “ทักษะทางสังคม” ธรรมดาทั่วไป แต่คือพลังที่ช่วยสร้างสายสัมพันธ์อันมีคุณค่าและต่อยอดความสำ�เร็จในทุกมิติของชีวิต 4. ความฉลาดในการเผชิญอุปสรรค (AQ): พลังแห่งการก้าวข้ามอุปสรรค หาก IQ คือ สมองแห่งการคิดวิเคราะห์ EQ คือ เข็มทิศทางอารมณ์ และ SQ คือ ศิลปะในการเชื่อมโยงผู้คนแล้ว AQ หรือความฉลาดในการเผชิญอุปสรรค ก็คือ “พลังใจ” ที่ทำ�ให้มนุษย์สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางอุปสรรคและความท้าทาย AQ คือ ความสามารถในการฟื้นตัวจากความล้มเหลว ความสามารถในการมอง อุปสรรคให้เป็นบทเรียนและใช้มันเป็นแรงผลักดันไปสู่ความสำ�เร็จ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Thomas Edison นักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนโลก แม้เขาจะล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เขากลับมอง สิ่งเหล่านั้นในแง่บวกว่า “ฉันไม่ได้ล้มเหลว ฉันแค่ค้นพบวิธีที่ใช้ไม่ได้ 10,000 วิธี” ทัศนคติแบบนี้สะท้อนถึง AQ ที่สูงอย่างแท้จริง ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ที่มา Open AI ความฉลาดทางสังคม (SQ) ที่มา Open AI ความฉลาดในการเผชิญอุปสรรค (AQ) ที่มา Open AI

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==