นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 258
46 | นิตยสาร สสวท. ภาพ 8-10 การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน และกระดานข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน ภาพ 11-13 ร่องรอยการเล่นของเด็กๆ และตู้เลี้ยงหอยทากในห้องเรียน บริบททั่วไปของโรงเรียน ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้อยู่ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ บางส่วนจากหน่วยงานที่ชื่อ AWO ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบสนับสนุน จากรัฐบาล ทำ�หน้าที่ดูแลโรงเรียน 19 แห่งในเขตนี้ ครอบคลุมทั้งโรงเรียน เฟรอเบลในระดับอนุบาลที่รับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ถึง 6 ขวบ โรงเรียน เฟรอเบลระดับประถม และโรงเรียนเฟรอเบลสำ�หรับเด็กที่มีความต้องการ พิเศษ โรงเรียน AWO-Kindergarten “Fr ö belhaus” มีเด็กประมาณ 140 คน เริ่มรับเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 3 เดือน ไปจนถึง 6 - 7 ขวบ ส่วนใหญ่เด็กจะเข้าเรียนกันตั้งแต่ช่วง 1 ขวบ การจัดชั้นเรียนเป็นแบบ คละอายุ โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ ละ 6 - 8 คน แต่ละกลุ่มจะมีชื่อประจำ�กลุ่ม เป็นสัตว์และแมลง เช่น หมี แมว หนู ด้วง ผีเสื้อ อัตราส่วนเด็กต่อครู จะแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ เช่น เด็กเล็ก 4 คนต่อครู 1 คน เด็กที่ อายุมากกว่าเด็กเล็กจะมีครู 1 คนดูแลเด็ก 6 คน และสำ�หรับเด็กที่โตสุดจะมี ครู 1 คนดูแลเด็ก 14 - 15 คน ซึ่งครูที่ดูแลเด็กจะเป็นครูคนเดิมในทุกปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดูแล ในด้านการพัฒนาบุคลากรของ โรงเรียน ผู้ดูแลโรงเรียนเล่าว่ามีทั้งการฝึกอบรมตามความสนใจ และใช้วิธี เพื่อนสอนเพื่อนเพื่อถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ กิจวัตรประจำ�วัน การจัดกิจกรรม และการประเมิน โรงเรียนเปิดทำ�การตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าไปจนถึง 17.00 น. หรือ 5 โมงเย็น ซึ่งส่วนใหญ่เด็กๆ จะมากันช่วง 7.30 - 8.00 น. และจะทยอยกลับ ประมาณ 16.00 น. เมื่อเด็กๆ มาถึงโรงเรียนจะได้เล่นอิสระจนถึงประมาณ 8 โมง จากนั้นทานอาหารเช้าร่วมกันในลักษณะบุฟเฟ่ต์เพื่อให้เด็กได้ดูแล ช่วยเหลือตนเอง โรงเรียนยังเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเสนอ และเลือกเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย หลังจากนั้นจะเป็นช่วงการเล่น การเคลื่อนไหวร่างกาย และในช่วงกลางวันจะเป็นช่วงเวลาที่ให้เด็กได้ นอนหลับโดยไม่มีการบังคับ กิจกรรมส่วนใหญ่ของเด็กๆ คือ “การเล่น” เป็นหลัก ดังแนวคิด ของเฟรอเบลที่มองการเล่นเป็นการเรียนรู้ขั้นสูงสุดของมนุษย์ในวัยเด็ก (Fr ö bel, 2012) นอกจากนี้ กิจกรรมยังมีความหลากหลาย ทั้งร้องเพลง เล่นดนตรี เต้นรำ� ทำ�งานศิลปะ เล่นก่อสร้าง เล่นเกม เล่นกลางแจ้ง เล่นน้ำ� เล่นโคลน เข้าป่า สอดคล้องกับแนวคิดของเฟรอเบลที่มองว่า “สวนเด็ก (Kindergarten)” ไม่ใช่โรงเรียน แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเจริญเติบโต การใช้ชีวิต และการพัฒนามนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการเล่นและการมีประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านการลงมือทำ� รวมทั้งการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งในระหว่างเดินชมห้องเรียนได้พบกับ ร่องรอยการเล่นของเด็กๆ ที่ใช้บล็อกไม้และสิ่งของเหลือใช้ในการเล่น ก่อสร้าง (ภาพ 11 - 12) และในบางห้องเรียนมีการเลี้ยงหอยทาก รวมถึง ดูแลต้นไม้ด้วย (ภาพ 13) สำ�หรับภาพการเล่นและการทำ�กิจกรรมของเด็กๆ สามารถรับชมผ่านทางเพจ Facebook ของโรงเรียนที่ชื่อว่า “Kindergarten Fr ö belhaus” ได้ที่ https://bit.ly/4oruGJx
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==