นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 259

24 | นิตยสาร สสวท. ความคล้ายคลึงกันในครอบครัวในลักษณะนี้จะทำ�ให้การสอนวิทยาศาสตร์ มีความหมายมากขึ้น และตอบสนองต่อเป้าหมายของการสร้างพลเมือง วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 บทสรุป ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เช่น กรณีศึกษาของเวเกเนอร์ แสดงให้เห็นศักยภาพของการใช้เรื่องราวในอดีตมาเป็นสื่อกลางในการสร้าง ความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง ผู้เรียนได้เรียนรู้ว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถถูกตั้งคำ�ถาม ถูกปฏิเสธ และได้รับ การยอมรับใหม่เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ (Matthews, 2015; Oreskes, 1999) สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์มีลักษณะเป็นพลวัตและ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และยังช่วยสร้างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ รวมทั้ง การเข้าใจบทบาทของวิทยาศาสตร์ในสังคม ทั้งนี้ เมื่อเสริมด้วยการมอง ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ผ่านแนวคิดความคล้ายคลึงกันในครอบครัว ก็จะช่วยเสริมให้ผู้เรียนเห็นถึงความหลากหลายและลักษณะเฉพาะของ วิทยาศาสตร์ในแต่ละสาขามากขึ้น สำ�หรับแนวทางการวิจัยและการพัฒนาต่อไปควรมีการศึกษา เชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ ภายใต้กรอบแนวคิดความคล้ายคลึงกันในครอบครัวในบริบทต่างๆ เช่น การเรียนการสอนแบบสืบเสาะ การใช้การโต้แย้งเชิงวิทยาศาสตร์ และ การบูรณาการกับประเด็นทางสังคมร่วมสมัย (Dagher & Erduran, 2016) งานวิจัยเหล่านี้จะช่วยทำ�ให้เข้าใจว่าการประยุกต์ใช้แนวคิดความคล้ายคลึงกัน ในครอบครัวสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อการพัฒนาทักษะของผู้เรียน ได้อย่างไร และช่วยให้ครูมีเครื่องมือทางวิชาการที่ชัดเจนในการสอน ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ในห้องเรียนยุคใหม่ Clough, M. P. (2018). Teaching and Learning about the Nature of Science through Process Skills. In M. S. Khine (Ed.). Science Education in the 21 st Century. (pp. 69–90). Springer. Dagher, Z. R. & Erduran, S. (2016). Reconceptualizing the Nature of Science for Science Education: why does it matter?. Science & Education, 25 (1–2): 147–164. https://doi.org/10.1007/s11191-015-9800-8. Erduran, S. & Dagher, Z. R. (2014). Reconceptualizing the Nature of Science for Science Education: scientific knowledge, practices and other family categories. Springer. https://doi.org/10.1007/978-94-017-9057-4. Greene, M. T. (2015). Alfred Wegener (1880–1930) and the Theory of Continental Drift. Earth Sciences History, 34 (2): 241–268. https://doi.org/10.17704/1944-6178- 34.2.241. Hallam, A. (1973). A Revolution in the Earth Sciences: from continental drift to plate tectonics. Oxford University Press. Irzik, G. & Nola, R. (2014). New Directions for Nature of Science Research. In M. R. Matthews (Ed.), International Handbook of Research in History, Philosophy and Science Teaching (pp. 999–1021). Springer. https://doi.org/10.1007/978-94-007-7654-8_31. Lederman, N. G. & Abd-El-Khalick, F. & Schwartz, R. S. (2002). Views of Nature of Science Questionnaire: toward valid and meaningful assessment of learners’ conceptions of nature of science. Journal of Research in Science Teaching, 39 (6): 497–521. Lederman, N. G. (2007). Nature of Science: past, present, and future. In S. K. Abell & N. G. Lederman (Eds.), Handbook of Research on Science Education. Routledge. Matthews, M. R. (2015). Science Teaching: the contribution of history and philosophy of science. 2 nd ed. Routledge. Oreskes, N. (1999). The Rejection of Continental Drift: theory and method in American earth science. Oxford University Press. Scotese, C. R. & Wright, N. (2018). Continental Drift, Oceanic Rifting, and Mountain Building Over the Last 140 Ma [Map]. PALEOMAP Project. Wittgenstein, L. (2009). Philosophical Investigations (G. E. M. Anscombe, P. M. S. Hacker, & J. Schulte, Trans.; Rev). 4 th ed. Wiley-Blackwell. (Original work published 1953) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ในวิทยาศาสตร์ศึกษา. กรุงเทพมหานคร. บรรณานุกรม กรอบแนวคิดความคล้ายคลึงกันในครอบครัวและการใช้ ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ร่วมกันเป็นแนวทางที่มีศักยภาพสูงในการยกระดับ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ไม่เพียงเพื่อเพิ่มพูนความรู้ แต่เพื่อปลูกฝัง มุมมองที่ลึกซึ้งต่อธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และบทบาทของวิทยาศาสตร์ ในสังคมได้อีกด้วย ภาพจาก: https://www.linkedin.com/pulse/621-alfred-wegener-man-who-moved- continents-tiago-vasconcelos-lo3ke

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==