นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 260
ปีที่ 54 ฉบับที่ 260 พฤษภาคม - มิถุนายน 2569 | 15 ใ นบทความนี้ ผู้เขียนขอนำ�เสนอตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ STEM-Design Thinking (STEM-DT) ซึ่งเป็นการบูรณาการกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ของ Stanford d.school กับการเรียนรู้ตามแนวทาง สะเต็มศึกษา (STEM Education) ผ่านกิจกรรม นักคิดสร้างสรรค์ปฏิบัติการ กรองน้ำ� ซึ่งช่วยให้นักเรียนฝึกคิดเชิงออกแบบ สร้างต้นแบบ ทดสอบ และ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Stanford d.school, 2018) จึงสามารถพัฒนา ให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ได้ (Septiyanto et al., 2025) เนื่องจากนักเรียนสามารถทดลองและประยุกต์ใช้หลักการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อนำ�มาใช้แก้ปัญหาที่พบจริง ฝึกคิดสร้างสรรค์ ออกแบบ รวมทั้งปรับปรุงเครื่องกรองน้ำ� ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการศึกษาใน ยุคปัจจุบันที่มุ่งพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้คิดสร้างสรรค์และนักนวัตกร (OECD, 2019; World Economic Forum, 2025) ผู้เขียนได้ปรับใช้ เกณฑ์การประเมินความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนแบบรูบริค (Rubrics) ตามกรอบ The Scientific Structure Creativity Model ของ Hu และ Adey (2002) ทำ�ให้สามารถประเมินความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนได้ กรอบแนวคิด STEM–Design Thinking สะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นแนวทางการจัดการศึกษา เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม และ คณิตศาสตร์ ไปใช้ในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้ง การพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแห่ง ศตวรรษที่ 21 (สสวท., 2559) การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking, DT) ตามแนวคิดของ Stanford d.school ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 Empathize เป็นการทำ�ความเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้งานผ่าน การสังเกตและการตั้งคำ�ถามเพื่อค้นหาความต้องการและข้อมูลเชิงลึก ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ขั้นที่ 2 Define เป็นการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูล จากขั้นตอน Empathize เพื่อกำ�หนดปัญหาที่เชื่อมโยงกับผู้ใช้งาน ความต้องการ และข้อมูลเชิงลึก ขั้นที่ 3 Ideate เป็นกระบวนการสร้าง แนวคิดที่หลากหลายในการแก้ปัญหาเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดแนวคิดใหม่ อย่างสร้างสรรค์ ขั้นที่ 4 Prototype เป็นการนำ�แนวคิดมาสร้างเป็นต้นแบบ ยุคที่ห้องเรียนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีความหลากหลาย และมีกิจกรรมการทดลองที่เป็น รูปธรรม เช่น การสร้างเครื่องกรองน้ำ� ยังคงเป็นกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากทำ�ให้ นักเรียนเข้าใจเรื่อง การแยกสาร ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเครื่องกรองน้ำ� ในรูปแบบเดิมนิยมให้นักเรียนสร้างตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการจัดการชั้นเรียน รวมทั้งป้องกัน ไม่ให้ใช้เวลาในการทำ�กิจกรรมนานจนเกินไปโดยไม่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการตั้งคำ�ถาม สังเกต ทดลอง หรือ คิดสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหาใหม่จนส่งผลให้กิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวไม่สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ตลาดแรงงานสมัยใหม่ต้องการแรงงานที่มีความคิดสร้างสรรค์เนื่องจาก ช่วยให้แรงงานสามารถปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่และสร้างนวัตกรรมได้ (World Economic Forum, 2025) เพื่อทดสอบแนวคิดและลงมือทำ�จริงตามแนวทางที่เลือกไว้ และขั้นที่ 5 Test เป็นการนำ�ต้นแบบไปทดลองใช้เพื่อประเมินความเหมาะสมและ รับข้อเสนอแนะ จากนั้นนำ�มาปรับปรุงแก้ปัญหาก่อนนำ�ไปใช้งานจริง (Stanford d.school, 2018) การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEM-DT เป็นการบูรณาการ แนวทางสะเต็มศึกษาเข้ากับกระบวนการการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริม การพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ ขั้นตอนการทำ�กิจกรรมตามแนวคิด STEM-DT การจัดการเรียนรู้โดยใช้สะเต็มศึกษาร่วมกับการคิดเชิงออกแบบ หรือ STEM-DT เรื่อง การแยกสารผ่านกิจกรรมนักคิดสร้างสรรค์ปฏิบัติ การกรองน้ำ� ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทาง วิทยาศาสตร์ โดยในระหว่างกิจกรรมมีการใช้คำ�ถามกระตุ้นความคิด สร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับเทคนิค SCAMPER ตามแนวคิด Eberle (1996) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์โดยการ ใช้คำ�ถามกระตุ้นให้นักเรียนได้เกิดความคิดใหม่ (ชัชฎา ทรรภลักษณ์, 2560, น. 7) เพื่อวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ 3 มิติ ตาม กรอบแนวคิด Scientific Structure Creativity Model ของ Hu & Adey (2002) ได้แก่ มิติด้านผลลัพธ์ ประกอบด้วย ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การอธิบายปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์และ การแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ มิติด้านคุณลักษณะประกอบด้วยความคิดคล่อง ความคิดยืดหยุ่น และความคิดแปลกใหม่ และมิติด้านกระบวนการ ประกอบด้วย การคิด และจินตนาการ โดยในกิจกรรมนี้นักเรียนจะได้ออกแบบและสร้างชิ้นงาน ต้นแบบ เครื่องกรองน้ำ� ซึ่งประเมินความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์จากชิ้นงาน ต้นแบบและใบกิจกรรมผ่านแบบประเมินการสร้างเครื่องกรองน้ำ� โดย มีรายละเอียดเกณฑ์การวัดและประเมิน ดังภาพ 1 QR Code ด้านล่าง และมีขั้นตอนการทำ�กิจกรรม ดังนี้ ภาพ 1 QR code เกณฑ์การให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ทาง วิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสารผ่านกิจกรรมนักคิดสร้างสรรค์ ปฏิบัติการกรองน้ำ�
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==