นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 260

32 | นิตยสาร สสวท. สะเต็มศึกษาทั่วไป แ นวคิดการออกแบบเพื่อการเรียนรู้สำ�หรับทุกคน หรือ UDL มีเป้าหมาย เพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ตอบสนองความหลากหลาย ของผู้เรียนตั้งแต่เริ่มต้นไม่ใช่ “การปรับทีหลัง” เพื่อให้ผู้เรียนทุกคน สามารถเข้าถึง มีส่วนร่วม และประสบความสำ�เร็จได้เท่าเทียมกัน (Meyer, Rose, & Gordon, 2014) โดยมีจุดเด่นสำ�คัญ 3 ประการ คือ การกระตุ้น แรงจูงใจและการมีส่วนร่วมหลายรูปแบบ (Engagement) การนำ�เสนอ เนื้อหาในหลายรูปแบบ (Representation) และการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน แสดงออกถึงความเข้าใจในหลายรูปแบบ (Action & Expression) ดังนั้น การบูรณาการแนวคิด UDL เข้ากับสะเต็มศึกษาจึงไม่เพียงช่วยให้ผู้เรียน ทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แต่ยังเป็นแนวทางสำ�คัญในการพัฒนา กิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียนในระดับชั้น ต่างๆ โดยเฉพาะระดับประถมศึกษาซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น และมีการเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก จึงเป็นช่วงเวลาสำ�คัญในการจุดประกาย ความสนใจในวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ผู้เขียนจึงมุ่งนำ�แนวคิด UDL มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมที่ทั้งสนุก ท้าทาย และเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ กรอบแนวคิดของการออกแบบกิจกรรม ในวัยประถมศึกษา การเรียนรู้ผ่านการเล่นถือเป็นกุญแจสำ�คัญ การศึกษาที่มีคุณภาพเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน การศึกษาแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Education) จึงมี บทบาทสำ�คัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงและพัฒนาได้ตามศักยภาพ โดยเฉพาะในห้องเรียน สะเต็มศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำ�คัญของการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21 (UNESCO, 2009) มีแนวคิด การออกแบบเพื่อการเรียนรู้สำ�หรับทุกคน หรือ Universal Design for Learning (UDL) เป็นกรอบการออกแบบ การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและคำ�นึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ใน หลายรูปแบบ หลากหลายวิธี และผู้เรียนสามารถแสดงออกถึงความเข้าใจในรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเอง (Center for Applied Special Technology (CAST), 2018) ทั้งนี้ การประยุกต์แนวคิด UDL เข้ากับสะเต็มศึกษาจะ ช่วยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและกระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมได้อย่างเท่าเทียม ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้การบูรณาการศาสตร์สะเต็มศึกษาได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนที่มี ความบกพร่องเท่านั้นแต่ยังช่วยให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมและมีแรงจูงใจในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น (Schreffler et al., 2019) ในการปลดล็อกศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน หนึ่งในของเล่นที่อยู่คู่กับ เด็กไทยมานานคือ “ลูกแก้ว” ซึ่งเป็นของเล่นที่เชื่อมโยงกับหลักการ ทางวิทยาศาสตร์เรื่อง การเคลื่อนที่ แรง และแรงเสียดทาน บทความนี้ ขอนำ�เสนอตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษาตาม แนวคิด UDL เรื่อง “การสร้างเส้นทางลูกแก้วแห่งการเรียนรู้” สำ�หรับ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย กิจกรรมนี้เป็นการผสมผสาน ความสนุกสนานของการเล่นลูกแก้วเข้ากับหลักการสะเต็มศึกษา โดยเน้น การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ผู้เรียนที่ มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disorder (LD)) เพื่อให้ทุกคน มีส่วนร่วมตามศักยภาพของตน เป็นกิจกรรมที่เป็นกลางทางเพศ (Gender- neutral) และเข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำ�คัญของแนวคิด UDL ที่มุ่งลด อุปสรรคในการเรียนรู้ และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในทุกขั้นตอน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ความแตกต่างของสะเต็มศึกษาทั่วไป กับสะเต็มศึกษาตามแนวคิด UDL กิจกรรมสะเต็มศึกษาที่ออกแบบภายใต้หลักการ UDL มุ่งเน้น การสร้างความยืดหยุ่นและการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ซึ่งทำ�ให้มีจุดเน้น ที่แตกต่างจากสะเต็มศึกษาแบบทั่วไป ทั้งนี้ ผู้เขียนขอสรุปเปรียบเทียบ จุดเน้นสำ�คัญของสะเต็มศึกษาสองแนวทาง ดังแสดงในตาราง 1 ตาราง 1 การเปรียบเทียบจุดเน้นระหว่างสะเต็มศึกษาทั่วไป กับสะเต็มศึกษาตามแนวคิด UDL ประเด็น สะเต็มศึกษาตามแนวคิด UDL จุดเน้น กลุ่มผู้เรียน บูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) เพื่อแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง มุ่งเน้นผู้เรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือกลุ่มผู้เรียนทั่วไป บูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ และจัดสภาพแวดล้อม การเรียนรู้เพื่อให้ทุกคนเข้าถึง เข้าใจ และมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ผ่านการจัดสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่น ลดอุปสรรคในการเรียนรู้ ตั้งแต่เริ่มเพื่อแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อผู้เรียนทุกคน โดยคำ�นึงถึงความหลากหลายของผู้เรียนตั้งแต่ เริ่มต้น กิจกรรมได้รับการออกแบบให้มีทางเลือกสำ�หรับผู้เรียน ทุกระดับความสามารถและตามความถนัดของผู้เรียน

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==