นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 260
ปีที่ 54 ฉบับที่ 260 พฤษภาคม - มิถุนายน 2569 | 33 สะเต็มศึกษาทั่วไป ตาราง 1 การเปรียบเทียบจุดเน้นระหว่างสะเต็มศึกษาทั่วไป กับสะเต็มศึกษาตามแนวคิด UDL (ต่อ) สะเต็มศึกษาตามแนวคิดการออกแบบเพื่อการเรียนรู้สำ�หรับทุกคน เรื่อง เส้นทางลูกแก้วแห่งการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ระบุปัญหา (Problem Identification) เป็นขั้นที่ผู้เรียน สำ�รวจและตั้งคำ�ถามเกี่ยวกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข ฝึกคิดวิเคราะห์จาก สถานการณ์จริง ขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการลดอุปสรรคในการเข้าถึงและทำ� ความเข้าใจความท้าทายทางวิศวกรรม โดยบูรณาการหลักการ UDL คือ การกระตุ้นแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมหลายรูปแบบและการนำ�เสนอ เนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่เริ่มต้นผู้สอนต้องจัดเตรียมสื่อการนำ�เสนอ สถานการณ์ที่หลากหลายเพื่อรองรับความแตกต่างของผู้เรียนให้สามารถ เข้าถึงและรับรู้ปัญหาได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมให้ผู้เรียนสื่อสารแนวคิด ผ่านวิธีที่ถนัดตามแนว UDL เช่น การเล่าประสบการณ์ของผู้เรียน การนำ�เสนอ แนวคิดผ่านการเล่าเรื่องด้วยเสียง การสังเกตจากแบบจำ�ลอง ผู้สอนจัดกิจกรรมเพื่อสังเกต และบันทึกความถนัดในการแสดง ความคิดเห็นของผู้เรียนแต่ละคน เช่น การแสดงความคิดแบบปากเปล่า การวาดภาพ การใช้สื่อ เพื่อนำ�ไปใช้ในการจัดกลุ่มเรียนรู้แบบร่วมมือใน ขั้นต่อไป จากนั้นจัดเตรียมสื่อการนำ�เสนอสถานการณ์ที่หลากหลายเพื่อ รองรับความแตกต่างของผู้เรียนให้สามารถเข้าถึงและรับรู้ปัญหาได้อย่าง เท่าเทียม เช่น วีดิทัศน์สั้น ภาพถ่าย หรือการเล่าเรื่อง ดังนี้ “ในช่วง พักกลางวัน นักเรียนกลุ่มหนึ่งชอบเล่น “ลูกแก้ว” ด้วยกันเป็นประจำ� บางวันก็แข่งกันกลิ้งลูกแก้วจากโต๊ะเรียนลงพื้น ดูว่าลูกแก้วของใครจะกลิ้ง ได้นานและไกลที่สุด แต่ทุกครั้งลูกแก้วก็มักจะหยุดเร็ว หรือกลิ้งออก ประเด็น สะเต็มศึกษาตามแนวคิด UDL หลักการออกแบบ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ออกแบบโดยคำ�นึงถึงความหลากหลายของผู้เรียนตั้งแต่เริ่มต้น ตามหลักการ UDL คือ กระตุ้นแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม หลายรูปแบบ ใช้วิธีการที่หลากหลายสำ�หรับการนำ�เสนอ และ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมและความคิดในหลายรูปแบบ ความเป็นนวัตกรที่สามารถสร้างนวัตกรรมและแก้ปัญหาผ่าน กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม โดยคำ�นึงถึงความแตกต่าง ระหว่างผู้เรียน ออกแบบตามมาตรฐานหลักสูตร และปรับปรุงให้เหมาะสมกับ ผู้เรียนเมื่อพบปัญหา ความเป็นนวัตกรที่สามารถสร้างนวัตกรรมและแก้ปัญหา ผ่านกระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม นอกทางเพราะพื้นไม่เรียบและมีแรงเสียดทานมากเกินไป วันหนึ่งหลังจาก เล่นเสร็จ เด็กๆ จึงเริ่มพูดคุยกันว่า “ถ้ามีทางให้ลูกแก้วกลิ้งได้ไกลกว่านี้ ก็คงจะดีนะ” “หรือถ้ามีโค้ง มีทางลาดก็จะสนุกขึ้น” จากความคิดเล็กๆ นี้เอง นักเรียนจึงพยายามคิดค้นและออกแบบเส้นทางลูกแก้วที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกแก้วสามารถกลิ้งได้ไกล ลื่นไหล และน่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่จะ ทำ�ได้ พวกเขาจึงเริ่มวางแผนสร้าง “เส้นทางลูกแก้วแห่งการเรียนรู้” ที่ ทั้งสนุกและได้ทดลองจริง” โดยมีเงื่อนไขความท้าทายที่ทุกกลุ่มต้องคำ�นึงถึง ดังนี้ 1. ลูกแก้วต้องวิ่งได้ระยะทางไกลที่สุด 2. ใช้อุปกรณ์ที่กำ�หนดให้ครบทุกชนิด 3. เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับการเป็นพื้นทางวิ่งลูกแก้ว โดยคำ�นึงถึง แรงเสียดทานเป็นหลัก 4. ทางวิ่งลูกแก้วต้องมีทั้งทางโค้งและทางลาดชันเพื่อให้ลูกแก้ว กลิ้งได้ต่อเนื่อง ใช้เทคนิค “Think-Pair-Share” เพื่อกระตุ้นความสนใจให้ผู้เรียน ทุกคนมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน โดยเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนที่ไม่ถนัดการเขียนสามารถใช้บัตรคำ�หรือภาพสัญลักษณ์ในการ อธิบาย ส่วนผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถรับรู้บริบท ของปัญหาผ่านเสียงเอฟเฟกต์ของลูกแก้วกลิ้ง หรือการสัมผัสแบบจำ�ลองจริง ขณะที่ผู้เรียนที่ชอบการสื่อสารด้วยภาพสามารถใช้ภาพวาดนำ�เสนอแนวคิด ของตนเองได้อย่างอิสระ จากนั้นนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และระบุปัญหา เช่น ลูกแก้วหยุดเร็ว เกิดแรงเสียดทานสูง หรือทางไม่เสถียร จากนั้นผู้เรียน ตั้งคำ�ถามแบบ 5W1H Who: ใครใช้ทางวิ่งลูกแก้ว (น้อง เพื่อนกลุ่มอื่น) What: ปัญหาที่พบ (ลูกแก้วหยุดเร็วหรือออกนอกทาง) Where/When: สถานที่และเวลาที่เกิดปัญหา Why/How: ทำ�ไมจึงเกิดปัญหาและจะแก้ อย่างไร (การหยุดหรือการออกนอกเส้นทางของลูกแก้วเกิดจากสาเหตุใดบ้าง และจะแก้ปัญหาลูกแก้วหยุดเร็วหรือออกนอกเส้นทางอย่างไร) แนวคิดการออกแบบเพื่อการเรียนรู้สำ�หรับทุกคน (Universal Design for Learning: UDL) ผู้สอนจัดเตรียมข้อมูลปัญหาในรูปแบบ ภาพ วีดิทัศน์ เสียงเอฟเฟกต์ และการสัมผัส เพื่อตอบสนองความต้องการ ของผู้เรียนที่มีความแตกต่างด้านการรับรู้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ทำ�ความเข้าใจโจทย์ได้อย่างเท่าเทียม นำ�เสนอเนื้อหาที่หลากหลาย โดยการใช้ภาพถ่าย วีดิทัศน์สั้น โมเดลจริง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือก วิธีสื่อสารปัญหาที่ตนถนัดเองได้ ภาพ 1 กิจกรรมการเล่นลูกแก้ว (ภาพสร้างด้วย OpenAI)
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==