นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 260
ปีที่ 54 ฉบับที่ 260 พฤษภาคม - มิถุนายน 2569 | 59 ส วัสดีผู้อ่านที่รักของต่าย การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ�” ( Sarotherodon melanotheron ) เอเลี่ยนสปีชีส์สายพันธุ์แกร่งที่กำ�ลัง ร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและเกษตรกรไทยในขณะนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมตั้งคำ�ถามมากมาย ทั้งในแง่ของจุดเริ่มต้น ที่แท้จริงของการระบาดและมาตรการเอาผิดทางกฎหมายต่อผู้ที่นำ�ปลาชนิด นี้เข้ามาในประเทศไทย หากมองผ่านเลนส์ของ “วิทยาศาสตร์ทางพันธุศาสตร์” และ “นิติศาสตร์” จะพบว่าเรื่องราวนี้มีเงื่อนงำ�และข้อถกเถียงที่ซับซ้อนมากกว่า ที่ตาเห็น วันนี้ต่ายจะพาคุณๆ มาร่วมกันแกะรอยรหัสพันธุกรรมและวิเคราะห์ ช่องว่างทางกฎหมายไปพร้อมกันเพื่อหาคำ�ตอบในเรื่องนี้ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารวิชาการในระดับนานาชาติ เรามาเริ่มจากงานวิจัยของ Punnarak, P., Viyakarn, V., Chavanich, S., Menasveta, P., Denduangboripant, J., & Piyapattanakorn, S. (2026). Genetic diversity, population structure and multiple introductions of invasive blackchin tilapia Sarotherodon melanotheron in Thailand. Aquaculture Reports, 48, 103575. ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นนักสืบ DNA ที่ได้ พบหลักฐานสำ�คัญว่าการนำ�ปลาหมอคางดำ�เข้ามาในประเทศไม่ได้เกิดขึ้น ครั้งเดียว การศึกษาในครั้งนี้ได้ทำ�การศึกษา “แฮปโลไทป์ (Haplotype)” หรือรูปแบบของกลุ่มยีนหรือลำ�ดับเบสบนดีเอ็นเอที่ถูกถ่ายทอดมาด้วยกัน เป็นชุดจากพ่อหรือแม่สู่ลูก โดยนักวิจัยเลือกตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอในส่วน ควบคุมของไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial Control Region: CR) ซึ่ง เป็นส่วนที่จะถ่ายทอดจากทางฝั่งแม่สู่ลูกโดยตรงโดยไม่มีการผสมกับดีเอ็นเอ ของพ่อ ดังนั้น ถ้าปลาหมอคางดำ�ตัวไหนมี Haplotype เหมือนกัน ก็ แปลว่าพวกมันมีสายสัมพันธ์มาจากบรรพบุรุษเพศเมียสายเดียวกันหรือมา จากการนำ�เข้าแหล่งเดียวกันนั่นเอง และผลจากงานวิจัยที่พบทั้งหมด 19 Haplotypes นั่นหมายความว่า นักวิจัยเจอลายพิมพ์พันธุกรรมที่แตกต่างกัน ถึง 19 รูปแบบในประชากรปลาหมอคางดำ�ที่ระบาดในไทย เป็นการชี้ชัดว่า พวกมันไม่ได้มาจากแม่พันธุ์เดียวกันทั้งหมดอย่างแน่นอน และเป็น 13 Private Haplotypes (แฮปโลไทป์เฉพาะตัว) โดยคำ�ว่า “Private Haplotype” จะหมายถึง รูปแบบพันธุกรรมเฉพาะถิ่นที่เจอเฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น ไม่กระจายไปที่อื่น พบแฮปโลไทป์เฉพาะตัวเหล่านี้กระจุกตัวหนาแน่นใน 3 จังหวัดหลักคือ จังหวัดสมุทรสงคราม (พบ Haplotype 4 สูงถึง 23.73%) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (พบ Haplotype 7 สูงถึง 23.26%) และจังหวัด สุราษฎร์ธานี (พบ Haplotype 14 สูงถึง 25.00%) การที่แต่ละพื้นที่มีแฮปโลไทป์เฉพาะตัวที่เด่นและแตกต่างกัน อย่างชัดเจนแบบนี้ (เช่น ประจวบฯ และสุราษฎร์ฯ มีรูปแบบเฉพาะที่ ไม่เหมือนสมุทรสงคราม) เป็นหลักฐานคาหนังคาเขาที่นักวิจัยใช้สรุปว่า ปลาในแต่ละพื้นที่มีต้นตอมาจากการนำ�เข้าหลายครั้ง จากแหล่งภูมิศาสตร์ ธรรมชาติที่ต่างกัน ทั้งจากประเทศกานา ประเทศโกตดิวัวร์ ( Côte d’Ivoire ชื่อเดิมคือ ประเทศไอเวอรีโคสต์: Ivory Coast) และแหล่งธรรมชาติอื่น ที่ยังไม่ทราบแน่ชัด (Unknown Native Sources) หากย้อนกลับไปดูบันทึก ประวัติศาสตร์การนำ�เข้าอย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากกรมประมงระบุไว้ว่า ประเทศไทยมีการอนุญาตให้นำ�เข้าปลาหมอคางดำ�อย่างถูกกฎหมายเพียง ครั้งเดียวในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) โดยบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพันธุ์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ� โดยนำ�เข้ามา ต่าย แสนซน จากประเทศกานา (Ghana) ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและนำ�มาพักไว้ ที่ศูนย์วิจัยในตำ�บลยี่สาร อำ�เภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) เกษตรกรพบมีการระบาดในตำ�บลยี่สาร และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ตำ�บลแพรกหนามแดง ตำ�บลคลองโคน เริ่มพบเห็น ปลาหน้าตาแปลกประหลาดนี้หลุดรอดเข้ามาในบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งในเชิงวิทยาศาสตร์งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับสากล Aquaculture Reports (2026) ยืนยันสอดคล้องกันว่า จังหวัด สมุทรสงครามคือ “พื้นที่แรกที่มีการรุกรานและระบาด” (The first invaded area in Thailand) หากประชากรปลาทั้งหมดในประเทศหลุดรอดออกมาจากพ่อแม่ พันธุ์ลอตเดียวกันจากการนำ�เข้าเพียงครั้งเดียว ความหลากหลายทาง พันธุกรรมไม่ควรจะพุ่งสูงถึงขนาดนี้ นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานสำ�คัญอีก สองประการ คือ 1) ร่องรอยสายพันธุ์จากโกตดิวัวร์ ผลการวิเคราะห์พบว่า ประชากรปลาหมอคางดำ�ที่ระบาดในจังหวัดสมุทรสงครามมีรหัสพันธุกรรม กลุ่มหนึ่ง (Haplotype 4) ที่มีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมอย่างมากกับกลุ่ม ประชากรปลาที่มีถิ่นกำ�เนิดในประเทศโกตดิวัวร์ ( Côte d’Ivoire ) ไม่ใช่กานา 2) ทีมวิจัยพบว่าประชากรปลาในจังหวัดเพชรบุรี (ซึ่งพบ Haplotype 5 และ 6 เป็นหลัก) มีโครงสร้างพันธุกรรมที่แตกต่างหรือแยกขาดจากประชากรปลา ในจังหวัดสมุทรสงครามอย่างชัดเจนทั้งที่เป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดกัน เมื่อเจาะลึกไปที่ตารางข้อมูลทางพันธุกรรม (Table 2 จากใน งานวิจัย) เราจะพบเจ้า Haplotype 1 (H1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นกำ�เนิด ดั้งเดิมจากประเทศกานา ความน่าสนใจคือ เจ้า H1 นี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ที่ สมุทรสงครามอันเป็นจุดแรกที่มีรายงานการระบาดเท่านั้น แต่กลับแพร่ กระจายพันธุ์อย่างเหนียวแน่นไปทั่วประเทศ ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้สะท้อน ให้เห็นถึงความสามารถในการอพยพของปลาหมอคางดำ�และการเคลื่อน ย้ายโดยฝีมือมนุษย์ที่พาพวกมันเดินทางข้ามภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว แต่ อีกมุมหนึ่งที่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตก็คือ เราไม่สามารถตัดประเด็นเรื่อง “การลักลอบนำ�เข้าซ้ำ�ซ้อนจากประเทศกานา” โดยช่องทางอื่นๆ ในอดีต ออกไปได้เลย ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำ�ไมรหัสพันธุกรรม H1 จากกานาชิ้นนี้ ถึงได้ ไปโผล่และยึดครองพื้นที่แหล่งน้ำ�สำ�คัญทั่วไทยได้อย่างเป็นวงกว้างขนาดนี้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า ปลาหมอ คางดำ�ในประเทศไทยไม่ได้เกิดจากการนำ�เข้าเพียงครั้งเดียวหรือมาจาก ภาพจาก: https://pet.kapook.com/view282808.html Q U I Z
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==