นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 261
18 | นิตยสาร สสวท. Azevedo, S. R. V. (2025). Quality of Charcoal from Eucalyptus Clones Grown at Different Spacings in the Semi-arid Region of Pernambuco. Journal of Wood Science , Retrieved March 23, 2026, from https://doi.org/10.1080/17480272.2025.2577178. Meier, E. (n.d.). Tamarind. The Wood Database . Retrieved June 24, 2026, from https://www.wood-database.com/tamarind/. Nogueira, C. O. de S. (2025). Pilot-scale Production of Biochar from Eucalyptus Wood Chips for Carbon Sequestration. Retrieved March 23, 2026, from https://doi.org/10.1007/s44438-025-00015-x. Perera, G. C. E. & Muthumala, C. K. & Amarasinghe, M. K. T. K. & Marikar, F. M. M. T. (2024). A Comparison of Three Wood Species and Methods. International Journal of Forestry Research . Retrieved March 23, 2026, from https://doi.org/10.59465/ijfr.2024.11.2.139-153. กรณ์ สิทธิประภาพร และคณะ. (2568). การพัฒนาระบบผลิตถ่านอัดแท่งจากชีวมวลไม้ยางพาราและยูคาลิปตัส. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2569, จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ psru-jite/article/view/261034. ทินกร นฤนาท และคณะ. (2567). การวิเคราะห์คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จากกระบวนการผลิตถ่านด้วยอุปกรณ์แบบ 3 ขั้นตอน. วารสารสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย, 30 (1): 29–36. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/TSAEJ/article/view/260476. สรวิศ สอนสารี และ ฐิติพร เจาะจง. (2568). การศึกษาการผลิตถ่านอัดแท่งจากวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการแปรรูปมะขามเปรี้ยวยักษ์. วิศวกรรมสารเกษมบัณฑิต, 15 (2): 108–117. https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/kbej/article/view/261554. บรรณานุกรม ดังนั้น ผลการทดลองจึงยืนยันได้ว่าถ่านไม้มะขามมีศักยภาพในการเป็นเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง เหมาะสำ�หรับการใช้งาน ที่ต้องการความร้อนสูงและยาวนานมากกว่าถ่านไม้ยูคาลิปตัส สรุปผลการทดลอง จากการศึกษาและทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้พลังงานความร้อนของถ่านไม้มะขามและถ่านไม้ยูคาลิปตัส พบว่าถ่านไม้มะขามมีประสิทธิภาพในการให้พลังงานความร้อนสูงกว่าถ่านไม้ยูคาลิปตัสอย่างมีนัยสำ�คัญ โดยถ่านไม้มะขามให้ ค่าพลังงานความร้อนเฉลี่ยที่ 141.45 กิโลจูล ขณะที่ถ่านไม้ยูคาลิปตัสให้ค่าเฉลี่ยเพียง 130.42 กิโลจูล ซึ่งส่งผลให้ถ่านไม้มะขาม ทำ�ให้อุณหภูมิน้ำ�หลังต้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 56.40 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าถ่านไม้ยูคาลิปตัสที่ทำ�ให้อุณหภูมิน้ำ�เฉลี่ยเพิ่มขึ้นที่ 52.00 องศาเซลเซียส ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับทฤษฎีค่าความร้อนของเชื้อเพลิงที่ระบุว่าเชื้อเพลิงที่มีค่าความร้อนต่อหน่วยมวลสูงจะสามารถ ส่งผ่านพลังงานความร้อนได้มากกว่าภายใต้เงื่อนไขเดียวกันซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Azevedo, 2025 และ Nogueira, 2025 ที่ให้ความสำ�คัญกับการประเมินค่าความร้อนและปริมาณคาร์บอนคงตัวในกระบวนการเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ในด้านการสูญเสียมวลจากการเผาไหม้พบว่า ถ่านไม้มะขามมีอัตราการเผาไหม้ที่คงที่และยาวนานกว่า โดยสูญเสียมวลเฉลี่ย เพียง 0.021 กิโลกรัม ในขณะที่ถ่านไม้ยูคาลิปตัสมีการสูญเสียมวลมากกว่าที่ 0.030 กิโลกรัม สอดคล้องกับคุณสมบัติทางกายภาพ ของไม้เนื้อแข็งตามมาตรฐานของกรมป่าไม้ที่ระบุว่าไม้มะขามเป็นไม้ที่มีความหนาแน่นและโครงสร้างเนื้อไม้ที่แข็งแรงกว่าไม้โตเร็ว อย่างยูคาลิปตัสทำ�ให้การปลดปล่อยพลังงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้ ผลการทดลองในส่วนของ อุณหภูมิน้ำ�ยังเป็นไปตามทฤษฎีการถ่ายโอนความร้อน (Heat Transfer) ที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานจากแหล่งกำ�เนิด กับอุณหภูมิที่ของเหลวได้รับ ซึ่งถ่านไม้มะขามพิสูจน์ให้เห็นว่ามีศักยภาพในการถ่ายเทพลังงานได้ดีกว่า ดังนั้น สรุปได้ว่าถ่านไม้มะขามมีสมบัติที่เหมาะสมสำ�หรับการนำ�ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้มหรือในอุตสาหกรรมที่ต้องการ พลังงานความร้อนสูงและยาวนานซึ่งเป็นไปตามแนวทางการเลือกใช้ชนิดไม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถ่านตามที่ Perera, 2024 ได้เสนอไว้ในงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะ 1. ในการทดลองได้กำ�หนดระยะเวลาในการต้มน้ำ� โดยกำ�หนดไว้ที่ 10 นาที เนื่องจากหากต้มน้ำ�เป็นเวลานานจนเกินไป น้ำ�จะเกิดการเดือดกลายเป็นไอน้ำ�ส่งผลให้มวลของน้ำ�ลดลง และอาจทำ�ให้ค่าที่ได้จากการทดลองคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง 2. ไม่ควรทำ�การต้มจนกระทั่งถ่านมอดทั้งหมด เนื่องจากในช่วงการเผาไหม้ของถ่านจะมีการเปลี่ยนแปลงความร้อน โดยช่วงแรกถ่านจะมีการลุกแดงและให้ความร้อนสูง จากนั้นความร้อนจะค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุณหภูมิไม่คงที่ และ ทำ�ให้ผลการทดลองขาดความแม่นยำ� 3. แม้ว่าถ่านไม้มะขามให้ปริมาณความร้อนที่สูง แต่ในการศึกษายังไม่มีการเปรียบเทียบราคาและวัดปริมาณแก๊สคาร์บอน มอนอกไซด์ หรือเขม่า PM 2.5
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==