นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 261
20 | นิตยสาร สสวท. ความฉลาดรู้ทางการเงิน คืออะไร คำ�ว่า “ความฉลาดรู้ทางการเงิน” เป็นศัพท์บัญญัติของ ราชบัณฑิตยสภา (สำ�นักงานราชบัณฑิตยสภา, 2562) ซึ่งล้อตามนิยาม ขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ที่ระบุว่าคือ “ความสามารถในการผสมผสานความรู้ ทักษะ เจตคติ และ พฤติกรรมทางการเงิน เพื่อนำ�มาใช้ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ บริบทที่เหมาะสมกับตนเอง” หรือกล่าวให้ง่ายที่สุดสำ�หรับพวกเราวัยเรียน คือ การมีทักษะในการเลือกใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเรื่องเงินได้อย่างถูกต้อง เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจได้ ตลอดช่วงชีวิต โดยความฉลาดรู้ทางการเงิน มีองค์ประกอบ 3 ด้าน ดังนี้ 1. ความรู้ทางการเงิน (Financial Knowledge) เป็นความรู้เกี่ยวกับ เรื่องการเงินที่ทำ�ให้บุคคลสามารถจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรียนรู้ต้นทุนที่ตนมีอยู่และสามารถตอบสนองต่อความต้องการ ทั้งส่วนบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต 2. เจตคติทางการเงิน (Financial Attitude) เป็นแรงจูงใจที่ กำ�หนดพฤติกรรมและเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อทางเลือกทางการเงินของบุคคล 3. พฤติกรรมทางการเงิน (Financial Behavior) เป็นความเชื่อมั่น ของบุคคลในการควบคุมและมีความสามารถในการจัดการทางการเงิน ของตน จนสามารถสร้างเป็นภาพรวมทางการเงิน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจทางการเงินได้ พฤติกรรมทางการเงินในความหมายนี้เป็นไป ตามทฤษฎีการตัดสินใจเลือกอย่างมีเหตุผล องค์ประกอบสำ�คัญของ Financial Literacy สำ�หรับวัยเรียน เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ประสบผลสำ�เร็จ เราต้องจำ�แนก ความฉลาดรู้ทางการเงินออกเป็น 4 มิติหลัก ดังนี้ 1. ความเข้าใจบทบาทและมูลค่าของเงิน (Money & Transactions) เยาวชนต้องเข้าใจว่าเงินไม่ได้มีมูลค่าคงที่เสมอไป แต่ถูกกระทบ ด้วยภาวะเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ (Inflation) ที่ทำ�ให้อำ�นาจซื้อลดลง และ เงินฝืด (Deflation) รวมถึงความเข้าใจในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตราต่างประเทศซึ่งจำ�เป็นต่อการซื้อขายออนไลน์ข้ามประเทศในปัจจุบัน 2. การวางแผนและการจัดการ (Planning & Management) หัวใจสำ�คัญคือ การทำ�งบประมาณ (Budgeting) เยาวชนควรรู้ วิธีการจัดสรรรายรับ-รายจ่าย แบ่งแยกส่วนของการออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น และระยะยาว และเข้าใจพลังของ “เวลา” ที่ส่งผลต่อดอกเบี้ยและการลงทุน ในโลกปัจจุบันที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ “ความฉลาดรู้ทางการเงิน” (Financial Literacy) จึงไม่ใช่เพียงวิชาเลือก แต่เป็นทักษะชีวิตที่จำ�เป็นอย่างยิ่งสำ�หรับเยาวชน โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาซึ่ง เป็นวัยที่เริ่มมีอิสระในการใช้จ่ายและกำ�ลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การที่เยาวชนขาดทักษะด้านนี้อาจ นำ�ไปสู่ปัญหาหนี้สินหรือการติดกับดักทางการเงินได้ง่ายในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีสิ่งเร้าและรูปแบบการทำ� ธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ความฉลาดรู้ทางการเงินจึงเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้เด็กมัธยมสามารถ ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนได้อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำ�วัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ การเผชิญกับภัยคุกคามจากมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้ามายังกลุ่มวัยรุ่นที่ยังขาดประสบการณ์ 3. ความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk & Reward) การเรียนรู้ว่าทุกการตัดสินใจทางการเงินมีความเสี่ยง ทั้ง ความเสี่ยงจากการลงทุน และความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น Phishing หรือแอปพลิเคชันกู้เงินนอกระบบที่แฝงมาในคราบเทคโนโลยี 4. ภูมิทัศน์ทางการเงิน (Financial Landscape) ความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค รู้จักบทบาทของ สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำ�กับดูแล เพื่อให้สามารถปกป้องสิทธิของ ตนเองได้เมื่อเกิดปัญหา แนวทางการจัดการเรียนรู้สำ�หรับครูและผู้ปกครอง (STEM-Based Financial Education) การพัฒนาสมรรถนะทางการเงินไม่ควรหยุดอยู่เพียงภาคทฤษฎี ในวิชาสังคมศึกษาหรือคณิตศาสตร์ แต่ควรบูรณาการผ่านแนวคิด STEM Education 1. Simulation-Based Learning (สถานการณ์จำ�ลอง) สร้างโจทย์ “นักวางแผนการเงินรุ่นเยาว์” โดยกำ�หนดงบประมาณจำ�กัดและสอดแทรก “Shock Scenario” เช่น ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นกะทันหัน เพื่อให้ผู้เรียน ฝึกปรับแผนการเงินในสภาวะวิกฤต 2. Project-Based Learning (การเรียนรู้ แบบโครงงาน) สนับสนุนให้ผู้เรียนทำ�โครงงานศึกษาผลกระทบของเศรษฐกิจมหภาคที่มี ต่อชีวิตประจำ�วัน เช่น “เงินเฟ้อกับราคาข้าวแกงในโรงเรียน” หรือ “การออกแบบ แผนการออมเพื่อการศึกษาต่อ” 3. Collaborative Discussion (การอภิปรายกลุ่ม) ชวนผู้เรียน ตั้งคำ�ถามและถกเถียงในประเด็น “ต้องการ (Want) vs จำ�เป็น (Need)” เพื่อสร้างวิจารณญาณก่อนการบริโภค นอกจากนี้ ผู้เขียนขอแนะนำ�สื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ ต่อครูและผู้ปกครอง ซึ่งสามารถดาวน์โหลดชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดทำ� โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ชื่อ “คณิตศาสตร์การเงิน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” ในรูปแบบ e-book เพื่อ สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยมุ่งหวัง ให้ครูและผู้ปกครองนำ�ไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน โดยคำ�นึงถึง บริบท ความถนัด และความสนใจของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รู้จัก การวางแผนและจัดการการเงิน รู้จักการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด อีกทั้ง
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==