นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 261

60 | นิตยสาร สสวท. 4. การเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพเชิงรุก: ในเมื่อภาวะ MAFLD และ ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมมักดำ�เนินไปอย่างเงียบเชียบไร้สัญญาณเตือน ในระยะแรก ผู้ปกครองจึงไม่ควรนิ่งนอนใจรอให้เด็กแสดงอาการเจ็บป่วย หากพบว่าบุตรหลานเริ่มมีน้ำ�หนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีสัดส่วน ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตของกรมอนามัย ผู้ปกครองควรตระหนักถึงความสำ�คัญของการพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจ ประเมินสุขภาพเชิงรุก ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจค่าน้ำ�ตาล และเช็กค่า เอนไซม์การทำ�งานของตับเพราะการรู้ตัวเร็วและการปูพื้นฐานโภชนาการ ที่ดีตั้งแต่วัยเด็กย่อมง่ายและยั่งยืนกว่าการตามแก้ปัญหาสุขภาพในวันที่ โรคร้ายลุกลามจนสายเกินแก้ เรื่องราวของความอ้วนและไขมันพอกตับในเด็กเป็นสิ่งที่สะท้อน ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตา แต่เกิดจาก การออกแบบวิถีชีวิต” ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องเมตาบอลิซึมไม่ได้มีไว้ เพียงแค่อยู่ในตำ�ราเรียน แต่มีไว้เพื่อให้เราใช้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ กับลูกหลานของเรา จากที่ต่ายเล่ามา ต่ายเชื่อมั่นว่า หากพ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน และสังคม ร่วมมือกันปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพและการบริโภคที่ถูกต้องตั้งแต่ วันนี้ การปูพื้นฐานโภชนาการที่ดีตั้งแต่วัยเด็กย่อมง่ายและยั่งยืนกว่า การตามแก้ปัญหาสุขภาพในวันที่สายเกินไปเพื่อช่วยกันหยุดยั้งวิกฤตภัย เงียบนี้ และสร้างอนาคตที่แข็งแรงยั่งยืนให้กับเด็กไทยได้อย่างแท้จริง และ สุดท้าย ถ้ามีประเด็นไหนที่คุณๆ สนใจเป็นพิเศษ เช่น เรื่อง “กินโปรตีน จุกๆ หรือเครียดจัด ทำ�ไมร่างกายถึงโทรม? เจาะลึก ตับ-ไต และภัยเงีบบ จากอนุมูลอิสระ” คุณๆ สามารถอ่านได้ที่ https://www.blockdit.com/ posts/6a5262c7cd556d2915821b5e หรือถ้าคุณๆ อยากให้ต่ายไปหา เรื่องราวอะไรเพื่อมาเล่าให้ฟังอีก แวะมาคุยกับต่ายได้ที่ Blockdit นะจ๊ะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า ปัญหาใหญ่ของ MAFLD และความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม ในเด็กคือ มักไม่มีอาการแสดงออกที่ชัดเจนในระยะแรก (Asymptomatic) เด็กอาจยังวิ่งเล่นและร่าเริงได้ตามปกติ ไม่มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือ เจ็บชายโครง จนกว่าโรคจะลุกลาม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองสามารถ สังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพเบื้องต้นได้ดังนี้ • รอบเอวที่ขยายเร็วกว่าส่วนสูง: การสะสมไขมันในช่องท้อง มักสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณไขมันที่แทรกตัวอยู่ในเนื้อตับ • รอยดำ�ที่ผิวหนัง (Acanthosis Nigricans): สังเกตได้บริเวณ หลังคอ ข้อพับแขน หรือรักแร้ ซึ่งผิวจะมีลักษณะหนาและคล้ำ�ขึ้น เป็น สัญญาณเตือนที่ชัดเจนของภาวะดื้ออินซูลิน • อาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย: เมื่อระบบเมตาบอลิซึมเริ่มรวน การบริหารจัดการพลังงานของเซลล์ไม่มีประสิทธิภาพ เด็กจะรู้สึกเพลียและ ไม่อยากทำ�กิจกรรมที่ใช้แรง การแก้ไขวิกฤตความอ้วนและไขมันพอกตับในเด็กไม่สามารถ ผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของเด็กเพียงลำ�พังได้ แต่ต้องอาศัยแนวทางแบบ องค์รวมที่ขับเคลื่อนร่วมกันในหลายๆ ภาคส่วน ดังนี้ 1. การปรับเปลี่ยนโภชนาการในระดับครอบครัว (Family-Based Intervention): การสร้างความเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการปรับ สภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยหลีกเลี่ยงการใช้วิธี ห้ามเด็ดขาดที่อาจสร้างแรงต้านในตัวเด็ก แต่ให้ปรับเป็นการจัดการ ทรัพยากร เช่น เลิกซื้อน้ำ�อัดลมและน้ำ�หวานเข้ามาตักตุนไว้ในตู้เย็น ลดการเข้าถึงขนมกรุบกรอบที่มีโซเดียมและไขมันสูง หันมาสนับสนุน การเลือกทานอาหารแบบ Whole Food หรืออาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนของผักใบเขียวและอาหารที่มีเส้นใยสูงในทุกมื้ออาหาร ของครอบครัวเพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำ�ตาลและไขมันเข้าสู่กระแสเลือด 2. เพิ่มกิจกรรมทางกายที่มีความเข้มข้น (Physical Activity): ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เด็กต้องเผชิญกับหน้าจอและการนั่งนิ่งเป็นเวลานาน การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ขยับร่างกายอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำ�เป็นอย่างยิ่ง โดยควรสนับสนุนให้เด็กได้ทำ�กิจกรรมทางกายที่มีความเข้มข้นปานกลาง ถึงสูงอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ผ่านรูปแบบที่สนุกสนานและไม่น่าเบื่อ เช่น การเล่นกีฬากลางแจ้ง การว่ายน้ำ� การปั่นจักรยาน หรือการวิ่งเล่นร่วมกัน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน แต่ยัง ช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินและลดปริมาณไขมันที่สะสมแทรกซึมอยู่ใน เนื้อตับได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 3. บทบาทของสถานศึกษาในการควบคุมโภชนาการ: เนื่องจาก โรงเรียนคือบ้านหลังที่สองที่เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น โรงเรียนต้องเป็น ด่านหน้าในการคัดกรองคุณภาพอาหารกลางวันให้มีสารอาหารครบถ้วน ตามหลักโภชนาการ ควบคุมและลดการจำ�หน่ายน้ำ�หวานและขนมกรุบกรอบ ที่มีไขมันและโซเดียมสูงภายในโรงเรียน พร้อมทั้งยกระดับและส่งเสริมให้มี ชั่วโมงพลศึกษาที่มีคุณภาพหรือจัดสรรกิจกรรมที่บังคับให้เด็กได้เคลื่อนไหว ร่างกายและออกแรงอย่างจริงจังเพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ระหว่างวันอย่างต่อเนื่อง “ตระหนัก รู้ทัน และมาช่วยกันปรับเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของลูกหลานเรา” ต่าย แสนซน ภาพจาก: https://praram9.com/th/articles/childhood-obesity

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==