IPST262
8 | นิตยสาร สสวท. ที่กึ่งกลางและเชื่อมต่อกับสันกระดูกแนวตั้งเดี่ยว (Single Vertical Intra- prezygapophyseal lamina, stprl) จนเกิดเป็นรูปตัว Y ซึ่งลักษณะเฉพาะนี้ ยังไม่เคยมีรายงานการค้นพบในไดโนเสาร์กลุ่ม Mamenchisaurid ชนิดอื่น มาก่อน นอกจากนี้ ผลจากการ CT Scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายใน แบบรังผึ้ง (Camellate Internal Structure) ภายในข้อต่อกระดูกสันหลัง (Centrum) ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรงอากาศขนาดเล็กจำ�นวนมากแยกจากกัน ด้วยผนังกระดูกบางๆ คล้ายรังผึ้ง อันเป็นลักษณะที่แสดงถึงวิวัฒนาการ ของระบบถุงลมที่แทรกเข้าไปในกระดูกเพื่อช่วยลดน้ำ�หนักของร่างกายลง อีกทั้งยังมีการค้นพบโพรงอากาศ (Teardrop-shaped Pneumatic Fossae) ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเรียวยาวปรากฏอยู่บนส่วนปลายของแขน กระดูกสันหลัง (Transverse Processes) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเฉพาะ ในส่วนหลังที่มีความชัดเจนและขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะ (Autapomorphy) ที่ใช้ในการระบุชนิดพันธุ์ ร่วมกับการพบรอยบุ๋มข้าง กระดูกสันหลัง (Pleurocoel) ที่เป็นรูปสามเหลี่ยมตื้นๆ บริเวณด้านข้าง ของตัวกระดูกสันหลัง โดยที่ภายในไม่มีผนังกั้น (Internal Septum) ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากไดโนเสาร์คอยาวบางชนิด และลักษณะของ สันกระดูกสันหลังแยกเป็นสองแฉก (Bifurcated Neural Spine) ที่ส่วนบน มีลักษณะแยกออกเป็นสองแฉกรูปตัว U ที่สั้นและกว้าง ดร.อภิรัตน์ เล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาที่เผชิญกับปัญหา ในการวิเคราะห์สารวิวัฒนาการนี้เอง เขายังได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารและ ปรึกษาหารือกับนักบรรพชีวินวิทยาระดับโลกอย่าง Prof. Philip Mannion จาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ ผ่านทาง อีเมล ซึ่งเขาได้รับคำ�แนะนำ�อันเป็นประโยชน์จนสามารถยืนยันได้ว่า ซากดึกดำ�บรรพ์จากภูน้อยชิ้นนี้คือไดโนเสาร์ชนิดใหม่ที่โลกไม่เคยรู้จักมาก่อน ในนาม “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” (Uragasaurus kalasinensis) โดยนามสกุล “อุรคา (Uraga)” มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “งู” เพื่อสื่อถึงลักษณะคอที่มีความยาวโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ ไดโนเสาร์ในวงศ์นี้ ส่วนคำ�ว่า “ซอรัส (sauros)” มีรากศัพท์มาจาก ภาษากรีกโบราณ หมายถึง กิ้งก่าหรือสัตว์เลื้อยคลาน ส่วนชื่อระบุชนิด “Kalasinensis” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นแหล่ง ขุดค้นพบฟอสซิลที่สำ�คัญ การค้นพบครั้งนี้จึงมีความสำ�คัญอย่างยิ่งต่อวงการบรรพชีวิน วิทยา เพราะไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันการกระจายตัวของไดโนเสาร์กลุ่ม Mamenchisaurid นอกเหนือจากในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้าง ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงรอยต่อระหว่างยุคจูราสสิกและครีเทเชียส ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อยากฝากข้อคิดอะไรถึงน้องๆ นักเรียนทุน พสวท. ที่กำ�ลังเดินตามความฝัน บนเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ ดร.อภิรัตน์ ฝากข้อคิดถึงน้องๆ ทุน พสวท. ว่า “ควรวางแผน เส้นทาง (Roadmap) ของตนเองให้ชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ หมั่นหาความรู้ เพิ่มเติมและพัฒนาทักษะเฉพาะทางอยู่เสมอ เพื่อให้พร้อมเมื่อโอกาสสำ�คัญ มาถึง” พร้อมเน้นย้ำ�ว่า อย่าลังเลที่จะขอคำ�แนะนำ�จากอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือรุ่นพี่ พสวท. เพราะทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนและอย่าให้ขั้นตอน ทางเอกสารหรือการย้ายสถาบันมาเป็นอุปสรรคในการเดินตามสิ่งที่รัก เพราะความรักในสิ่งที่ทำ�จะนำ�พาเราไปสู่ความสำ�เร็จ แม้ในวันที่เส้นทางนั้น อาจจะดูแปลกแยกจากผู้อื่นก็ตาม “การค้นพบของ ดร. อภิรัตน์ นิลพนาพรรณ ในวันนี้ ไม่ได้ เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อไดโนเสาร์ของไทยลงในสารบบของโลก หากยังเป็น เครื่องพิสูจน์ว่า ความฝันที่ชัดเจนเมื่อมาพร้อมกับความมุ่งมั่นและ การเดินอย่างไม่ย่อท้อย่อมพาเราไปสู่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ จาก เด็กชายที่เคยถูกหัวเราะเยาะเพราะหลงใหลในไดโนเสาร์ วันนี้เขาได้กลายเป็น นักบรรพชีวินวิทยาผู้ค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกอย่างภาคภูมิ” ดร.อภิรัตน์ กล่าวปิดท้ายด้วยการร่วมแสดงความอาลัยต่อ ภาพ 3 แหล่งซากดึกดำ�บรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มา: Komsorn Lauprasert, Ph.D.) (MSU) ภาพ 4 กระดูกสันหลังชิ้นต้นแบบที่ใช้ในการศึกษา ที่มา: Apirut Nilpanapan (MSU)
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==