นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 259

36 | นิตยสาร สสวท. การสร้างนวัตกรรม แต่เป็นองค์ความรู้ที่ต้องใช้ด้วยความรับผิดชอบ มีจริยธรรม และคำ�นึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำ�คัญ ดังตัวอย่างผลงาน ของผู้เรียนที่คำ�นึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศ และการกำ�กับการใช้งาน วาฬสายฟ้าอย่างมีความรับผิดชอบดังภาพ 5 ผู้เรียนสามารถพิจารณาผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ใน หลากหลายมิติ ทั้งต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม ผู้บริโภค และสังคม พร้อมทั้ง สะท้อนคิดและปรับปรุงชิ้นงานของตนเองบนพื้นฐานของเหตุผลเชิงจริยธรรม นำ�ไปสู่ความเข้าใจบทบาทของวิทยาศาสตร์ในฐานะองค์ความรู้ที่ต้องใช้ อย่างมีความรับผิดชอบ มิใช่เพียงเครื่องมือในการสร้างนวัตกรรมเท่านั้น จากผลการจัดการเรียนรู้ สามารถสรุปได้ว่าการออกแบบ การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และชีวจริยธรรมเข้าด้วยกัน โดยใช้สถานการณ์จริงเป็นฐานและเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้คิด อภิปราย และ สร้างสรรค์ผลงานอย่างมีอิสระเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการพัฒนา ผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และจิตสำ�นึกต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาวิทยาศาสตร์ใน ศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมในอนาคต จากผลการจัดการเรียนรู้จากกิจกรรม “ออกแบบผู้ช่วยของ โลกใบใหม่” พบว่าการบูรณาการเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอเข้ากับ การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและหลักชีวจริยธรรมสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ เชิงลึกของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูที่สนใจนำ�แนวทางดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้ควรพิจารณาประเด็นสำ�คัญ เช่น ผู้สอนควรออกแบบ สถานการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทจริงของสังคมเพื่อกระตุ้น ให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับ ชีวิตประจำ�วัน การใช้ประเด็นปัญหาที่เป็นที่ถกเถียงในสังคม เช่น พืช ดัดแปรพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ หรือความปลอดภัย ทางชีวภาพจะช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ และแสดงเหตุผล เชิงจริยธรรมอย่างมีความหมาย นอกจากนี้ ผู้สอนควรทำ�หน้าที่เป็น ผู้อำ�นวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) มากกว่าผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สืบค้นข้อมูล อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนคิดอย่างอิสระ บทบาทดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการคิดเชิง วิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้จากมุมมองที่หลากหลาย ของผู้เรียน และการประเมินผลควรให้ความสำ�คัญกับกระบวนการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับชิ้นงาน โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกต พฤติกรรม การประเมินชิ้นงาน การสะท้อนคิด และการอภิปราย เพื่อ สะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนในมิติด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เชิงจริยธรรมอย่างรอบด้าน ภาพ 5 ผลงานการออกแบบวาฬสายฟ้าของผู้เรียนที่มีการแสดงออกถึงการใช้วิทยาศาสตร์ อย่างรับผิดชอบ ดังลิงก์ http://bit.ly/46MXy87 บทสรุปภาพรวมของการจัดการเรียนรู้จากกิจกรรม “ออกแบบผู้ช่วยของ โลกใบใหม่” การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ผ่าน กิจกรรม “ออกแบบผู้ช่วยของโลกใบใหม่” ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้แบบ 5Es และการบูรณาการหลักชีวจริยธรรมเข้าไว้ใน กระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความตระหนักด้านชีวจริยธรรม และการใช้ วิทยาศาสตร์อย่างรับผิดชอบของผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผลการจัดการเรียนรู้สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถ พัฒนาผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ผู้เรียนสามารถนำ�ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงกับปัญหาในชีวิตจริง แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์เชิง วิทยาศาสตร์และการคิดเชิงระบบ ขณะเดียวกัน ผู้เรียนยังสามารถใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการสืบค้น วิเคราะห์ และสื่อสารองค์ความรู้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่สำ�คัญ กิจกรรมนี้ ช่วยเสริมสร้างความตระหนักด้านชีวจริยธรรมให้แก่ผู้เรียนอย่างชัดเจน Jasanoff, S. (2016). The Ethics of Invention: technology and the human future. New York, NY: W. W. Norton & Company. Khamlarsai, S. & Ladachart, D. (2023). Effects of Design-Based Learning on Tenth-Grade Students’ Scientific Understanding and Design-Thinking Mindsets: a case study on the topic of inclined planes. KKU Research Journal (Graduate Studies) Humanities and Social Sciences, 10 (2): 141–155. Nuffield Council on Bioethics. (2018). Genome Editing and Human Reproduction: social and ethical issues . London, England: Author. Sadler, T. D. (2004). Informal Reasoning Regarding Socioscientific Issues: a critical review of research. Journal of Research in Science Teaching, 41 (5): 513–536. บรรณานุกรม

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==