นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 259

38 | นิตยสาร สสวท. 1 จุดจ้องมองเพื่อการประเมิน 2 จังหวะเวลาการประเมิน 3 ตัวบ่งชี้ว่ามีสมรรถนะ 4 เงื่อนไขของการทำ�งาน “พฤติกรรมและการกระทำ�” (ที่ทำ�ให้ สามารถ) ดูความสามารถ “ขณะที่ใช้ชีวิต การแก้ ปัญหา และการปฏิบัติงาน” “การกระทำ�ประสบความสำ�เร็จ โดย การประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และ คุณลักษณะต่าง ๆ” งานนั้น “เหมาะสม สอดคล้องกับ บริบทของสังคมและวัฒนธรรมในชีวิต ผู้เรียนที่หลากหลาย” ทักษะการสังเกตรูปธรรมเพื่อตีความสมรรถนะที่ เป็นนามธรรม (โดยเฉพาะ V A) สามารถออกแบบสถานการณ์เพื่อให้เด็กทำ�งาน โดยใช้ VASK สามารถเห็นพฤติกรรมที่ทำ�ให้สำ�เร็จ โดยแยก ออกว่าเกิดจาก VASK อย่างไร เข้าใจบริบทสังคมและวัฒนธรรมของผู้เรียนเพื่อ กำ�หนดขอบเขตงาน นัยยะ ข้อความในความหมายสมรรถนะ ทักษะ/ความสามารถครู ตารางที่ 1 วิเคราะห์ความหมายของสมรรถนะใน (ร่าง) หลักสูตรฐานสมรรถนะ (สพฐ. 2564) ดังนั้น จากการแยกแยะ 4 นัยยะ การจัดการการศึกษาให้ผู้เรียน เกิดสมรรถนะนั้นต้องจัดการที่วิชาโครงงาน โดยยึดถือรายละเอียดใน คอลัมน์ที่ 2 และพัฒนาครูโครงงานตามคอลัมน์สุดท้าย การทำ�โครงงานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ การสร้างของ (Constructionism) และการสร้างปัญญาจากการคิด (Constructivism) การสร้างของเล่นของเด็กประถมอยู่ในประเภทแรก ช่วยพัฒนาทักษะพิสัย (Psychomotor) ที่เชื่อมโยงกิจกรรมสมอง (Brain Activity) และจินตนาการ แต่เมื่อเรียนสูงขึ้น เด็กสะสมความรู้มากขึ้น การทำ�โครงงานควรเป็น การสร้างความรู้หรือปัญญา (Constructivism) ตามวงจรการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning) หรือ Kolb’s cycle ชุ ด “10 กระบวนทัศน์ใหม่การสอนโครงงานวิทยาศาสตร์และสะเต็ม” จะนำ�เสนอ 10 ตอนต่อเนื่องกัน ฉบับนี้เป็นตอนที่ 1 โดยมุ่งนำ�เสนอ ภาพรวมของแนวคิดและวิธีปฏิบัติสำ�คัญที่นำ�ไปสู่การปรับเปลี่ยน ดังกล่าว กระบวนทัศน์ที่ 1 การเรียนรู้จากการทำ�โครงงาน “ถ้าไม่มีการคิดเชิงเหตุและผล โครงงานก็เป็นเพียงกิจกรรม ที่สวยงามแต่ไร้ปัญญา” การเกิดปัญญาจากประสบการณ์ มนุษย์มีวิวัฒนาการทางปัญญาได้เหนือกว่าสัตว์อื่นเพราะมี กระบวนการสะท้อนคิดจากประสบการณ์ เดิมอาจจะก่อไฟไล่สัตว์ร้าย กลางคืนแล้วพบว่าดินในกองไฟไม่ละลายน้ำ�เมื่อถูกฝน ประสบการณ์ แปลกใหม่ของดินได้รับการสะท้อนคิดว่า “เกิดอะไรเพราะทำ�อะไร” จากนั้นนำ�ความเข้าใจของการทำ�เหตุแล้วเกิดผลนี้ไปลองผิดลองถูกทำ� เครื่องปั้นดินเผาใช้ในครัว สูตรผสมดิน การนวดดิน และขั้นตอนการเผา ต้องผ่านการสังเกตระหว่างการกระทำ�และผลของการกระทำ� ปรับเปลี่ยน ไปมาจนลงตัว กลายเป็นภูมิปัญญา ภูมิปัญญาเป็นความรู้เฉพาะถิ่น ดินเหนียวจากแหล่งต่างกัน ต้องผสม นวด และเผาไม่เหมือนกัน ทราบจากการลองผิดลองถูก จึงบอกไม่ได้ว่าทำ�ไมดินในถิ่นตนต้องทำ�อย่างนี้ กระเบื้องเซรามิกปูพื้นไม่ได้ผลิตจากภูมิปัญญา แต่ใช้ความรู้ เคมีวิเคราะห์ธาตุในดิน การเปลี่ยนแปลงเมื่อรับความร้อนอุณหภูมิต่างๆ และสมบัติการใช้ปูพื้น (ความแกร่ง ทนการขีดข่วน ทนสารเคมี ฯลฯ) ความรู้เหล่านี้เกิดจากการวิจัยในหลัก “ผลเกิดจากเหตุ” ที่เป็นกฎแห่ง ธรรมชาติของธาตุต่างๆ ในดินเมื่อถูกเผา หากไม่มีกระบวนการวิจัย มนุษย์จะไม่สามารถพัฒนาได้อย่างที่ เป็นอยู่ปัจจุบัน การทำ�วิจัยเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์เช่นกัน ใน ขั้นตอนการสะท้อนคิด นักวิจัยใช้ความรู้เดิม ความคิดขั้นสูง และตรรกะ มาสร้างความรู้ใหม่ที่สูงขึ้น สมรรถนะ สมรรถนะ หมายถึง “ความสามารถที่แสดงออกทางพฤติกรรม และการกระทำ�ในการใช้ชีวิต การแก้ปัญหา และการปฏิบัติงานให้ ประสบความสำ�เร็จ โดยการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะต่างๆ ให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวัฒนธรรมในสถานการณ์ที่ หลากหลาย” (ร่างกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะ สพฐ. กรกฎาคม 2564) ข้อความที่เหมือนกับนิยามให้ท่องจำ�นี้มีนัยยะ 4 ประการ ที่ปรากฏใน ตารางที่ 1 การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) มีคำ�กล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุ “ปัญญาเกิดจากผัสสะ (การกระทบของสิ่งภายนอกกับประสาทรับรู้) แล้วใช้ “คิด” เป็นเครื่องมือ จนเข้าใจความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลของปรากฏการณ์ ปัญญาจึงเกิด.... ผัสสะทำ�ให้รู้เป็นบ่อเกิดของปัญญา การศึกษาจึงต้องให้เด็กเกิดผัสสะจาก การกระทำ�ก่อน แล้วจึงนำ� (รู้) มาคิด” คำ�กล่าวนี้แยกออกเป็น 2 เหตุ และ 2 ผลที่ต่อเนื่องกัน เหตุแรกคือ “ให้เด็กกระทำ�” ซึ่งเกิดผลเป็น “เด็กรู้” อาการรู้ เกิดจากกระบวนการของ “ผัสสะ” (การกระทบกันของสิ่งภายนอกกับ ประสาทรับรู้ ได้แก่ ตา หู ลิ้น จมูก กาย ใจ) ผลที่เป็น “รู้” ขณะนี้ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และอารมณ์ความรู้สึก จากนั้น เปลี่ยนผล “รู้” Values (V) ค่านิยม | Attitude (A) เจคคติ | Skill (S) ทักษะ | Knowledge (K) ความรู้

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==