นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 259

42 | นิตยสาร สสวท. ภาพ 2 นักเรียนลงมือสร้างตุ๊กตาล้มลุก ขั้นที่ 3 : นักเรียนลงมือสร้างตุ๊กตาล้มลุกตามแบบที่ออกแบบไว้ โดยใช้วัสดุในชีวิตประจำ�วัน เช่น ดินน้ำ�มัน ลูกปิงปอง แกนกระดาษ ฝาขวด หรือเหรียญเพื่อทดลองถ่วงน้ำ�หนักให้เหมาะสม ในระหว่างการทดสอบ นักเรียนสังเกตผลที่เกิดขึ้น ลองผิดลองถูกในการปรับตำ�แหน่งของน้ำ�หนัก ขนาดของฐาน หรือวัสดุที่ใช้ เพื่อหาเทคนิควิธีที่ทำ�ให้ตุ๊กตาล้มลุกของ นักเรียนเอียงได้มากที่สุดโดยไม่ล้ม การสอนในขั้นตอนนี้เป็นหัวใจของ Tinker (Resnick & Rosenbaum, 2013) ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรียน เรียนรู้จากการ “ลองผิดลองถูก” ผ่านการปรับแก้ซ้ำ�ๆ และเรียนรู้จาก ผลที่สังเกตได้ด้วยตนเอง ขั้นที่ 4 : เมื่อนักเรียนสร้างตุ๊กตาล้มลุกได้แล้ว นักเรียนทำ�การ ทดสอบโดยใช้ไม้บรรทัดและเครื่องวัดมุม (Protractor) เพื่อวัดมุมเอียงสูงสุด ที่ตุ๊กตาล้มลุกยังสามารถทรงตัวอยู่ได้ นักเรียนสังเกตและบันทึกผล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบผลของนักเรียนกับตุ๊กตาล้มลุกของนักเรียน กลุ่มอื่นๆ เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทรงตัวของตุ๊กตาล้มลุก ซึ่งการสอน ในขั้นตอนนี้นักเรียนได้ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อปรับปรุงผลงาน ตุ๊กตาล้มลุกของตนเองอย่างเป็นระบบ การนำ�ข้อมูลมาวิเคราะห์และ ต่อยอดให้เกิดชิ้นงานที่ดีขึ้น คือ การเปลี่ยนจาก “การลองเล่น” ไปสู่ “การสร้าง อย่างมีเป้าหมาย” ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Maker ขั้นที่ 5 : นักเรียนจัดแสดงผลงานตุ๊กตาล้มลุกของกลุ่ม พร้อม อธิบายแนวคิดการออกแบบ หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ และสิ่งที่ ได้เรียนรู้จากกิจกรรม ครูเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชั้นแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ซึ่งการสอนในขั้นตอนนี้เป็นการแสดงออกของ ภาพ 3 ผลการวัดมุมเอียงสูงสุดที่ตุ๊กตาล้มลุกยังสามารถทรงตัวอยู่ได้ คือ (ก) 60 องศา (ข) 45 องศา (ค) 30 องศา และ (ง) 10 องศา ภาพ 4 ความแตกต่างของจุดศูนย์ถ่วงและฐานของตุ๊กตาล้มลุกแต่ละกลุ่ม ภาพ 5 นักเรียนนำ�เสนอผลงานตุ๊กตาล้มลุกของแต่ละกลุ่ม Maker (Dougherty, 2012) อย่างชัดเจน เพราะผู้เรียนได้กลายเป็น “ผู้สร้าง” ที่นำ�ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการออกแบบมาสร้างผลงานจริง และ ภาคภูมิใจกับผลงานที่เกิดจากความพยายามของตนเอง การนำ�แนวคิด DIY Tinker Maker ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ก ข ค ง ก ข ค ง

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==