นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 260

12 | นิตยสาร สสวท. นอกจากปรัชญาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสาขาหลักแล้ว วิชานี้ยัง สามารถแตกแยกย่อยเป็นหลายสาขา เช่น ปรัชญาคณิตศาสตร์ (Philosophy of Mathematics) ศึกษารากฐาน ความหมาย และความจริงของ คณิตศาสตร์ เช่น คำ�ถามที่ว่าความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นการค้นพบหรือ สร้างขึ้น การพิสูจน์แบบคณิตศาสตร์เชื่อถือได้หรือไม่อย่างไร ปรัชญา ฟิสิกส์ (Philosophy of Physics) ศึกษาธรรมชาติของความเป็นจริง เช่น คำ�ถามเรื่องการตีความทางกลศาสตร์ควอนตัม ทำ�ไมคณิตศาสตร์ถึง สามารถอธิบายธรรมชาติสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ�และได้ผลดีเกินคาด ปรัชญาเคมี (Philosophy of Chemistry) ศึกษาธรรมชาติของสสาร ความสัมพันธ์กับวิชาอื่นๆ เช่น ฟิสิกส์ ปรัชญาชีววิทยา (Philosophy of Biology) ศึกษาคำ�ถามทางปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต เช่น เส้นแบ่ง ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับไม่มีชีวิตคืออะไร ความรู้ทางชีววิทยาสามารถใช้ คตินิยมลดทอน (Reductionism) โดยใช้ฟิสิกส์มาอธิบายสิ่งมีชีวิต ได้หรือไม่ ปรัชญาการแพทย์ (Philosophy of Medicine) เช่น คำ�ถาม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย จริยธรรม ทางการแพทย์ วิชาปรัชญาน่าสนใจตรงที่ฝึกให้เราเป็นคนชอบคิด ชอบตั้งคำ�ถามต่อสิ่งต่างๆ โดยพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ปรัชญาต่างจาก วิทยาศาสตร์ตรงที่ใช้การวิเคราะห์เชิงตรรกะเป็นเครื่องมือ ต่างกับ วิทยาศาสตร์ที่ใช้ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) และปรัชญาก็มักมุ่งเน้นคำ�ถามเชิงนามธรรมมากกว่าปรากฏการณ์ ธรรมชาติที่ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณที่ตรวจวัดจากการทดลองได้ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่มา https://pixabay.com/photos/biology-research-laboratory-science-220005/ การศึกษาปรัชญาวิทยาศาสตร์มีประโยชน์หลายด้าน กล่าวคือ ความรู้นี้จะช่วยแยกแยะวิทยาศาสตร์กับสิ่งที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ต้องอาศัยหลักฐาน การทดลองที่ตรวจสอบได้ และสามารถ พิสูจน์หรือโต้แย้งได้ในขณะที่ความเชื่อหรือวิทยาศาสตร์เทียมมักไม่มี หลักฐานรองรับที่ชัดเจน ไม่สามารถทดสอบซ้ำ�ได้ หลีกเลี่ยงการถูก พิสูจน์ว่าเป็นเท็จ การศึกษาปรัชญาวิทยาศาสตร์ยังช่วยให้เราทราบว่า วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ความรู้ที่หยุดนิ่ง แต่เป็นกระบวนการที่มีการพัฒนาและ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ความรู้ที่มีอยู่เดิมไม่สามารถ อธิบายสิ่งที่ค้นพบใหม่ได้ สุดท้ายก็จะเกิดวิกฤตและนำ�ไปสู่การเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ทำ�ให้เกิดความรู้ใหม่ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ได้ดีกว่าเดิม เช่น กลศาสตร์ควอนตัมที่สามารถอธิบายการค้นพบใหม่ๆ ในช่วง ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้ดีกว่ากลศาสตร์ของนิวตัน ดังนั้น วิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้เป็นความจริงตายตัว แต่เป็นความรู้ที่เปิดกว้างต่อการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามหลักฐานและเหตุผลใหม่ๆ ที่ค้นพบ ในแต่ละยุคสมัย นอกจากนี้ ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีจริยธรรมและ ความรับผิดชอบ ตระหนักถึงผลกระทบของงานวิจัยต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งประโยชน์ทางอ้อม เช่น พัฒนาทักษะการคิด การตั้งคำ�ถาม ซึ่งสำ�คัญมากในการเรียนวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างปัญหาที่น่าสนใจ ทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้ ปัญหาการกำ�หนดเขต (Demarcation Problem) คือปัญหา สำ�คัญในทางปรัชญาวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ เราจะแบ่งแยกได้อย่างไรว่า ความรู้อะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์ ความรู้อะไรไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ข้อสังเกต ที่น่าสนใจคือ ความรู้อะไรที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ไม่จำ�เป็นจะต้องถูกจัดว่า เป็นวิทยาศาสตร์เทียม (Pseudoscience) เสมอไป เพราะยังมีความรู้ อีกหลายรูปแบบที่อยู่นอกขอบเขตของวิทยาศาสตร์แต่ก็ไม่ได้อ้างว่า เป็นวิทยาศาสตร์หรือพยายามเลียนแบบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เช่น อภิปรัชญาที่ตั้งคำ�ถามเกี่ยวกับความจริงสูงสุด ศาสนาที่เกี่ยวข้องกับ ความเชื่อ ความศรัทธาและคุณค่าทางจิตวิญญาณ หรือความรู้อื่นๆ ที่มี โครงสร้างและตรรกะในตัวเองแต่ไม่ได้ตั้งอยู่บนการทดลองเชิงประจักษ์ เส้นแบ่งระหว่างความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับความรู้ที่ไม่จัดเป็นวิทยาศาสตร์ บางครั้งจึงไม่ได้ชัดเจน วิทยาศาสตร์เป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีของมนุษย์ ในการแสวงหาความรู้และการถูกจัดว่านอกขอบเขตของวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นจะไร้คุณค่าหรือผิดเสมอไป เพียงแต่มีจุดมุ่งหมาย วิธีการที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และผู้ที่ศึกษา วิทยาศาสตร์ควรทำ�ความเข้าใจและไม่ควรไปลดทอนคุณค่าความรู้ ศาสตร์สาขาอื่นๆ ปัญหาการให้เหตุผลแบบอุปนัย (Problem of Induction) เป็น อีกหนึ่งปัญหาที่สำ�คัญทางปรัชญาวิทยาศาสตร์ กล่าวโดยย่อคือ เรามักใช้ การสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ�ๆ ในอดีตเพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต เช่น เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกทุกวัน เราจึง สรุปว่าในวันพรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอีก อย่างไรก็ตาม นักปรัชญา บางส่วนมองว่าข้อสรุปนี้บางครั้งอาจจะนำ�ไปสู่ความผิดพลาดได้ เพราะว่า ไม่มีหลักประกันใดที่ยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะต้อง เหมือนอดีต เช่น ในอดีตชาวยุโรปสังเกตเห็นหงส์มาเป็นจำ�นวนมากและ

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==