นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 261

6 | นิตยสาร สสวท. ความสำ�คัญของการศึกษาสภาพปัญหาด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ การศึกษาสภาพปัญหา (Problem Identification) ถือเป็นหัวใจ สำ�คัญของการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และแน่นอนว่าเมื่อครู เข้าใจสภาพปัญหาในชั้นเรียนอย่างถ่องแท้แล้วจะนำ�ไปสู่การเข้าใจตนเอง และพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูเองด้วย ซึ่งการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ช่วยให้ครูเข้าถึงปรากฏการณ์ในชั้นเรียนที่ลึกซึ้ง กว่าตัวเลขสถิติ โดยเน้นการทำ�ความเข้าใจบริบทโรงเรียน บริบทห้องเรียน บริบททางสังคมที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน และได้เข้าใจกระบวนการคิด ของนักเรียน (Creswell & Poth, 2017) ในบทความนี้ ผู้เขียนขอนำ�เสนอ การใช้โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community: SLC) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม การเรียนรู้ของนักเรียน เช่น อาการของนักเรียนเมื่อเกิดการ “ติดขัด” ทาง การเรียนรู้ วัฒนธรรมของห้องเรียนที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ รวมถึง พฤติกรรมของครู เช่น คำ�พูดของครูที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน การจัดบรรยากาศการเรียนรู้ของครูที่สร้างความเป็นประชาธิปไตย ในชั้นเรียน ซึ่งผู้เขียนสามารถนำ�มาวิเคราะห์ปัญหาในชั้นเรียนและนำ�ไปสู่ การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนต่อไป หลักการและขั้นตอนของ SLC การใช้โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community: SLC) พัฒนามาจากแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.มานาบุ ซาโต (Manabu Sato)นักการศึกษาชื่อดังชาวญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 2012 ที่เน้นการสร้าง “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” (Learning Community) เพื่อให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคน แนวคิดของ Sato (2012) มี 3 ปรัชญาหลักสำ�คัญ ได้แก่ 1. ปรัชญาว่าด้วยส่วนรวมและความเป็นสาธารณะ (Public Philosophy) เช่น โรงเรียนต้องเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน ของทุกคน การเรียนรู้เป็นไปเพื่อประโยชน์ร่วมกัน 2. ปรัชญาว่าด้วยประชาธิปไตย (Democracy Philosophy) การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วยความเคารพ เข้าใจและรับฟังความเห็นของ ทุกคน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และไม่ทอดทิ้งใครแม้แต่คนเดียวให้อยู่ลำ�พัง ในชั้นเรียน 3. ปรัชญาว่าด้วยความเป็นเลิศ (Excellence Philosophy) เด็กมีสิทธิพัฒนาตามศักยภาพของตนเอง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าเด็กทุกคนมี ความแตกต่าง มุ่งสู่ความเป็นเลิศที่ไม่จำ�เป็นต้องเหมือนกัน ขั้นตอนหลักในกระบวนการ SLC มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. Plan (การวางแผนร่วมกัน) ทีมครูร่วมกันออกแบบแผน การจัดการเรียนรู้ที่เน้นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของนักเรียนเพื่อกระตุ้น ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2. Do/See (การจัดกิจกรรมและสังเกต) ครูนำ�แผนไปใช้ โดยมีครูร่วมเรียนรู้ (Observers) ทำ�หน้าที่สังเกต “ร่องรอยการเรียนรู้” (Learning Evidence) ของนักเรียนแทนการสังเกตการสอนของครู 3. See/Reflect (การสะท้อนผล) ทีมครูนำ�ข้อมูลจากการสังเกต มาแลกเปลี่ยนกัน โดยมุ่งเน้นไปที่ “เด็กคนไหนเรียนรู้ได้” หรือ “เด็กคนไหน ติดขัดตรงไหน” เพื่อนำ�ไปสู่การปรับปรุงในคาบถัดไป เมื่อครูนำ� SLC มาใช้ในการศึกษาสภาพปัญหา การศึกษาสภาพปัญหาในชั้นเรียนจริงครั้งนี้ ผู้เขียนซึ่งเป็น ครูรายวิชาชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เลือกบทเรียนเรื่อง ระบบ ย่อยอาหาร ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนแผนการเรียน วิทยาศาสตร์สุขภาพเนื่องจากเริ่มมองเห็นปัญหาในการทำ�งานร่วมกัน ของนักเรียน และเพื่อให้มองเห็นพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนที่ ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนได้เลือกใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Problem Based Learning และออกแบบสถานการณ์ปัญหาที่ใกล้ตัวนักเรียนที่สุดเพื่อ ลดกำ�แพงการเรียนรู้ นักเรียนแต่ละกลุ่มได้รับสถานการณ์ปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ยังคงเป็นเรื่องระบบย่อยอาหารของมนุษย์เช่นเดียวกัน ภาพ 1 ขั้นตอน Plan วางแผนการสอนร่วมกันในกระบวนการ SLC ภาพ 2 บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนแบบ Problem Based Learning

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==