นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 261

ปีที่ 54 ฉบับที่ 261 กรกฎาคม - สิงหาคม 2569 | 7 กระบวนการ SLC (School as Learning Community) ตาม แนวคิดของ Sato (2012) ผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตชั้นเรียนและเป็นผู้ริเริ่ม แนวคิด SLC ได้นิยามบทบาทของ “ครูผู้สอน” และ “ครูผู้สังเกต” ที่มี ความแตกต่างจากการนิเทศการสอนแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจุด เน้นจากการ “ตรวจการสอน” เป็นการ “ศึกษาร่องรอยการเรียนรู้” บทบาทของครูผู้สอน ในกระบวนการ SLC ครูไม่ใช่ผู้ออกคำ�สั่งหรือผู้ถ่ายทอดความรู้ เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็น “ผู้ออกแบบและอำ�นวยความสะดวกในการเรียนรู้” ครูจึงต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ฟังที่ดี ต้องฟัง “เสียง” ของนักเรียนอย่าง ตั้งใจไม่ใช่แค่ฟังคำ�ตอบที่ถูก แต่ฟังกระบวนการคิดและความกังวล ของนักเรียน ทำ�หน้าที่เชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้ากับความรู้ใหม่ และ เชื่อมโยงความคิดของนักเรียนคนหนึ่งไปยังเพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงสร้าง สถานการณ์ปัญหาที่ยากเกินกว่านักเรียนจะทำ�ได้โดยลำ�พัง (Vygotsky, 1978) เพื่อบีบให้เกิดการร่วมมือกัน (Collaborative Learning) และ หลักคิดที่สำ�คัญคือสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) เพื่อทำ�ให้นักเรียนมั่นใจว่า “การตอบผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย” ทุกความคิดเห็นของนักเรียนมีคุณค่า นอกจากนี้ มีข้อห้ามสำ�คัญคือ ครูไม่ควรด่วนตัดสิน ไม่รีบบอกว่าคำ�ตอบนั้น ถูกหรือผิดทันทีเพราะจะทำ�ให้กระบวนการคิดและการโต้แย้งหยุดลง ไม่ควรสอนแบบบรรยายฝ่ายเดียว หลีกเลี่ยงการพูดเกิน 15 - 20% ของ เวลาเรียนเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ทำ�งานกลุ่มและสื่อสารกัน ห้ามแทรกแซง การเรียนรู้ของนักเรียน และเมื่อนักเรียนกำ�ลังถกเถียงกันครูไม่ควรเข้าไป ขัดจังหวะเพื่อบอกคำ�ตอบแต่ควรตั้งคำ�ถามกระตุ้นแทน บทบาทของครูผู้สังเกต ครูผู้สังเกตมีบทบาทเสมือน “นักวิจัยร่องรอยการเรียนรู้” โดย เปลี่ยนโฟกัสจากตัวครูผู้สอนมาที่ “พฤติกรรมของนักเรียน” โดยสังเกต อย่างจดจ่อว่า “นักเรียนเริ่มเรียนรู้เมื่อไหร่” “หยุดเรียนรู้ตอนไหน” และ “อะไร เป็นสาเหตุที่ทำ�ให้เขาเริ่มหรือหยุด” และบันทึกบทสนทนาหรือการกระทำ� ที่สำ�คัญ เช่น “นักเรียนคนนี้มีข้อมูลแต่ยังเชื่อมโยงไม่ได้” หรือ “นักเรียนแสดง อาการเกรงใจเพื่อนจนไม่กล้าโต้แย้ง” รวมถึงการนั่งสังเกตใกล้กลุ่มนักเรียน โดยไม่รบกวนเพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่แท้จริง สิ่งที่เป็นข้อห้าม ได้แก่ ห้ามประเมินหรือตำ�หนิครูผู้สอนในขั้นตอนสะท้อนผล ห้ามพูดว่า “ครูสอน ไม่ดี” “ครูพูดเบา” แต่ต้องพูดว่า “นักเรียนคนนี้ติดขัดเพราะสาเหตุใด” และห้ามครูผู้สังเกตเข้าไปชี้แนะหรือช่วยนักเรียนทำ�โจทย์เด็ดขาดเพราะ จะทำ�ให้ข้อมูลการเรียนรู้จริงบิดเบือนไป รวมถึงห้ามเดินไปเดินมา ควรเลือก จุดสังเกตที่ชัดเจนและอยู่กับที่เพื่อไม่ให้ทำ�ลายสมาธิของนักเรียน (Sato, 2012) การเก็บข้อมูลและการคัดเลือกหลักฐานการเรียนรู้: หัวใจสำ�คัญของ การสังเกตชั้นเรียนแบบ SLC การสังเกตชั้นเรียนไม่ใช่การประเมินว่า “ครูสอนดีหรือไม่” แต่คือการแสวงหาว่า “การเรียนรู้เกิดขึ้นที่ไหน และติดขัดตรงไหน” บทความนี้จะอธิบายถึงเทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและการคัดเลือก ข้อมูลเหล่านั้นมาใช้เพื่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ 1. เทคนิคการเก็บข้อมูลจากการสังเกต (Data Collection Techniques) การเก็บข้อมูลต้องมุ่งเน้นที่ “ร่องรอยการเรียนรู้” (Learning Evidence) โดย Sato (2012) กล่าวว่า ครูผู้สังเกตควรใช้วิธีการบันทึก บทสนทนาแบบคำ�ต่อคำ� เช่น ในชั้นเรียนจริงของผู้เขียน ผู้สังเกตบันทึกว่า นักเรียน ก. พูดว่า “มันต้องผ่านหลอดอาหารก่อนนะ” แล้วนักเรียน ข. แย้งว่า “แต่มันมีเอนไซม์ในน้ำ�ลายย่อยแป้งไปแล้วไม่ใช่หรือ” ข้อมูลดิบเหล่านี้ จะเผยให้เห็นระดับของทักษะการโต้แย้ง (Argumentation) ที่แท้จริง (Erduran & Jimenez-Aleixandre, 2007) นอกจากนี้ ต้องสังเกต “จุดเปลี่ยน” ของแววตาและท่าทางเมื่อนักเรียนเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทาย แววตาของ นักเรียนเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความเข้าใจเมื่อไหร่หรือเริ่มถอนหายใจ และละสายตาจากงานตอนไหน รวมถึงจดบันทึกว่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นที่กลุ่มไหน เวลาเท่าไหร่ เพื่อใช้ในการย้อนกลับไปวิเคราะห์บริบท ในช่วงเวลานั้นได้ถูกต้อง 2. การคัดเลือกข้อมูลมาใช้ (Data Selection & Analysis) หลังจากสิ้นสุดชั่วโมงเรียน ครูผู้สังเกตจะมีข้อมูลมหาศาล หลักการเลือกข้อมูลที่สำ�คัญมาใช้ในการสะท้อนผล (Reflect) ควรเลือก ข้อมูลที่มีความเชื่อมโยง เช่น ในวงสะท้อนผลของผู้เขียน มีการเลือก เหตุการณ์ที่นักเรียนพยายามนำ�ความรู้เดิมเรื่องการย่อยแป้งมาเชื่อมโยงกับ สถานการณ์ใหม่คือ การกินบะหมี่กึ่งสำ�เร็จรูป ข้อมูลนี้จะช่วยให้ครูเห็น คุณภาพของการเชื่อมโยงและการให้เหตุผลมากขึ้น (Toulmin, 2003) นอกจากนี้ ผู้สะท้อนเลือกข้อมูลที่แสดงถึง “การหยุดเรียนรู้” โดยการ ระบุช่วงเวลาที่นักเรียนเริ่มเงียบ หรือหยุดตอบโต้ เพื่อนำ�ไปสู่การวิเคราะห์ว่า ภาพ 3 บทบาทของครูผู้สังเกตในชั้นเรียน

RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==