IPST262
12 | นิตยสาร สสวท. ได้นำ�แผนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 26 แผนไปปฏิบัติการสอนจริง พร้อมทั้ง เก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจประเมินร่องรอยการเขียนสรุปของผู้เรียนใน แบบบันทึกกิจกรรมย่อยเพื่อนำ�ไปวิเคราะห์คำ�นวณหาประสิทธิภาพของ กระบวนการ ในระยะนี้ผู้วิจัยได้ฝังกลไกประคับประคองทางปัญญา (Cognitive Scaffolding) โดยในแผนการสอนที่ 1 ถึง 5 จะจัดเตรียม กรอบข้อความนำ�ทางหรือโครงสร้างประโยคชี้แนะเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน กลุ่มอ่อนและกลุ่มปานกลางในการเรียบเรียงความคิด จากนั้นผู้วิจัย จึงดำ�เนินการลดการช่วยเหลือลงทีละน้อย (Fading) โดยทำ�การถอดข้อความ นำ�ทางออกทั้งหมดตั้งแต่แผนการสอนที่ 6 ไปจนถึงแผนการสอนที่ 26 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสร้างคำ�อธิบายและเชื่อมโยงหลักการฟิสิกส์ได้ อย่างเป็นอิสระ สำ�หรับระยะสุดท้ายหลังสิ้นสุดการจัดกิจกรรม ผู้วิจัย ดำ�เนินการทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบและแบบวัดชุดเดิม พร้อมทั้ง ประเมินระดับความพึงพอใจ และนำ�ข้อความบันทึกสะท้อนคิดมาวิเคราะห์ เนื้อหาเชิงคุณภาพ ผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้แบบ 5E ร่วมกับกลยุทธ์ QPOCER เรื่อง แม่เหล็กและ ไฟฟ้า ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ E_1/E_2 พบว่า ประสิทธิภาพของ กระบวนการ (E_1) ที่ได้จากการประเมินและสะสมคะแนนจากแบบบันทึก กิจกรรมในระหว่างเรียนมีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 82.45 และ ประสิทธิภาพ ของผลลัพธ์ (E_2) ที่ได้จากการทำ�แบบทดสอบวัดความสามารถในการ สร้างคำ�อธิบายทางวิทยาศาสตร์หลังเรียน (Post-test) ที่ครอบคลุมทั้ง ส่วนที่เป็นปรนัยเลือกตอบวัดเหตุผลและส่วนอัตนัยเขียนอธิบายเชิงลึกตาม องค์ประกอบ CER มีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 81.36 ส่งผลให้นวัตกรรม มีค่าประสิทธิภาพ E_1/E_2 เท่ากับ 82.45/81.36 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ผู้วิจัย ตั้งไว้ในขั้นต้นคือร้อยละ 80/80 ทั้งนี้ การทดสอบประสิทธิภาพดังกล่าว จัดทำ�ขึ้นเพื่อยืนยันว่าชุดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและมี ความเหมาะสมเชิงกระบวนการก่อนนำ�ไปใช้จริง ซึ่งสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การวิจัยที่มุ่งพัฒนาและหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมเพื่อ ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอย่างมีมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาคะแนนพัฒนาการและความก้าวหน้า ทางการเรียนรู้รายบุคคลของผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด พบว่าผู้เรียน มีคะแนนเฉลี่ยความก้าวหน้าทางการเรียนรู้สะสมอยู่ที่ร้อยละ 83.96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายขั้นต่ำ�ที่ทางสถานศึกษาและสถานการณ์เรียนรู้ คาดหวังไว้ที่ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำ�คัญ ในส่วนของผลลัพธ์ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เมื่อ นำ�คะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างจำ�นวน 35 คน มาเปรียบเทียบความแตกต่างทางสถิติ พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาฟิสิกส์ภายหลังการได้รับจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำ�คัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยจากการประเมินคะแนนเต็ม 25 คะแนน พบว่าก่อนเรียนผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 9.34 คะแนน มีค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.45 ในขณะที่หลังการทดลองเรียนรู้ผู้เรียน มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 18.86 คะแนน และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.12 ซึ่งเมื่อทดสอบด้วยสถิติทดสอบทีสำ�หรับกลุ่มตัวอย่างที่ ไม่เป็นอิสระต่อกันได้ค่าสถิติทีเท่ากับ 18.54 และมีค่าระดับนัยสำ�คัญทาง สถิติต่ำ�กว่า .001 แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการด้านความรู้ความเข้าใจ เนื้อหาแม่เหล็กและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด สำ�หรับผลประเมินด้านความสามารถในการสร้างคำ�อธิบาย ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างมีความสามารถหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำ�คัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีขนาดอิทธิพลของ โคเฮน (Cohen’s d) เท่ากับ 23.23 ซึ่งอยู่ในระดับสูงมาก เมื่อพิจารณา แยกตามองค์ประกอบตามกรอบแนวคิด CER พบว่า ผู้เรียนมีความสามารถ ในการสร้างคำ�อธิบายทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ โดยภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 18.94 เป็น 48.09 จาก คะแนนเต็ม 60 คะแนน คิดเป็นร้อยละของคะแนนพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น 47.74 อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบพบว่าด้าน การใช้เหตุผลสนับสนุน (Reasoning) มีพัฒนาการสูงที่สุด โดย คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.26 เป็น 15.60 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 61.70 รองลงมาคือ ด้านการระบุหลักฐาน (Evidence) เพิ่มจาก 5.66 เป็น 14.97 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46.55 และด้าน การสร้างข้อกล่าวอ้าง (Claim) เพิ่มจาก 10.03 เป็น 17.51 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 37.40 ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์เป็นไปตามสมมติฐาน ที่กำ�หนดให้มีพัฒนาการไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ในทุกองค์ประกอบ โดย ด้านการใช้เหตุผลสนับสนุนมีทั้งคะแนนพัฒนาการและสัดส่วนคะแนน หลังเรียนสูงที่สุด ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาพัฒนาการเชิงคุณภาพจากการ วิเคราะห์คำ�ตอบของผู้เรียนก่อนและหลังเรียนตามกรอบแนวคิด CER ในเรื่อง แม่เหล็กและไฟฟ้า พบการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ดังตัวอย่างในตาราง 1 ภาพจาก: https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn: ANd9GcRbstuOuvcsj2FG2jHd- 8Vdyvg6sl7RtUFlTn6KNNB8czVOD25tWIY9Ww-I1&s=10
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==