IPST262
ปีที่ 54 ฉบับที่ 262 กันยายน - ตุลาคม 2569 | 23 ภาพ 2 Keynote Speaker ของ NARST 2026 สะท้อนการขยายความหมายของการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ไปสู่ Body, Emotion, Identity และ Social Imagination ห้องเรียนวิทยาศาสตร์อาจเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ถูกต้อง แต่กลับทำ�ให้ผู้เรียน บางกลุ่มรู้สึกห่างไกลจากวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อ วิทยาศาสตร์ถูกทำ�ให้เป็นเรื่องของการท่องจำ� การแข่งขัน หรือคำ�ตอบ ที่มีเพียงแบบเดียว ประเด็นนี้สอดคล้องกับแนวโน้มงานวิจัยใน NARST 2026 ที่ ให้ความสำ�คัญกับประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม ภาษา ชุมชน และ ความแตกต่างของผู้เรียนมากขึ้น เห็นได้จาก Strand ด้านประเด็นทาง วัฒนธรรม สังคม และเพศภาวะ(Cultural, Social, and Gender Issues) ที่มีสัดส่วนสูงมากของงานวิจัยทั้งหมดในปีนี้ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นว่า วงการวิทยาศาสตร์ศึกษากำ�ลังขยับจากการมองผู้เรียนในฐานะคนที่ ต้องรับความรู้ไปสู่การมองผู้เรียนในฐานะมนุษย์ที่มีภูมิหลัง ความเชื่อ ประสบการณ์ และวิธีมองโลกแตกต่างกัน เมื่อย้อนกลับมามองบริบทไทยจะพบว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มมีงานที่พยายามขยับไปสู่การมองมนุษย์ในห้องเรียนมากขึ้น เช่น งานวิจัยด้านอัตลักษณ์ทาง STEM ของผู้เรียน งานวิจัยที่เชื่อมโยง วิทยาศาสตร์กับชุมชนท้องถิ่น งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตลอดจนงานวิจัยที่ใช้บริบทวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้เรียนในการ ออกแบบการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นงานวิจัยที่ตั้งคำ�ถามเกี่ยวกับ ความรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ความมั่นใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ และบทบาทของภาษาในห้องเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่า วงการศึกษาไทยเองก็กำ�ลังเริ่มตระหนักว่าการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อาจไม่ใช่เพียงกระบวนการทางความคิด แต่เป็นประสบการณ์ทางสังคม และความรู้สึกของผู้เรียนด้วย อย่างไรก็ตาม หากมองอย่างตรงไปตรงมาห้องเรียน วิทยาศาสตร์ไทยจำ�นวนไม่น้อยยังคงให้คุณค่ากับคำ�ตอบที่ถูกต้องมากกว่า การรับฟังวิธีคิดหรือประสบการณ์ของผู้เรียน บางครั้งผู้เรียนอาจเรียน วิทยาศาสตร์ได้คะแนนดี แต่ไม่เคยรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิต ของตนเองจริงๆ คำ�ถามสำ�คัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า ผู้เรียนทุกคนเข้าถึง การศึกษาหรือยัง แต่คือ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ทำ�ให้ผู้เรียนรู้สึกว่าตนเอง มีคุณค่า มีเสียง และมีที่ยืนอยู่ในโลกของวิทยาศาสตร์หรือไม่ เพราะ ท้ายที่สุดแล้วการเรียนรู้ที่มีความหมายอาจเริ่มต้นจากช่วงเวลาที่ผู้เรียน รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ไกลจากชีวิตของเขาต่างหาก เมื่อการพัฒนาครูไม่ใช่เพียง “การอบรม” แต่คือการสร้างความสามารถ ในการตัดสินใจ อีกหนึ่งประเด็นที่ปรากฏชัดใน NARST 2026 คือ การพัฒนาครู ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงการถ่ายทอดเทคนิค วิธีการสอน หรือรูปแบบกิจกรรม ใหม่ๆ อีกต่อไป หากแต่กำ�ลังขยับไปสู่การพัฒนาครูให้สามารถตัดสินใจ ผ่านการสังเกตการคิดของผู้เรียน การปรับการสอนให้สอดคล้อง และ เหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน รวมถึงการประเมิน ที่สอดคล้องกับการเรียนรู้จริงท่ามกลางห้องเรียนที่ซับซ้อน (Complex Classroom) และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลายงานวิจัยในการเตรียม ความพร้อมของครูก่อนประจำ�การให้ความสำ�คัญกับการเป็นผู้นำ� การเปลี่ยนแปลง (Teacher Agency) และทักษะการปรับการสอน (Adaptive Expertise) ผ่านกระบวนการสะท้อนคิด (Reflective Practices) มากกว่าการใช้วิธีสอนสำ�เร็จรูปเพียงแบบเดียว ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านสัดส่วนงานด้านการพัฒนาครูใน NARST 2026 ที่มีจำ�นวนสูงมาก ทั้งในกลุ่มครูก่อนประจำ�การและครู ประจำ�การรวมกันเกือบหนึ่งในสี่ของงานทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า วงการ วิทยาศาสตร์ศึกษาโลกกำ�ลังให้ความสำ�คัญกับครูในฐานะผู้ตัดสินใจทาง วิชาชีพมากกว่าผู้ปฏิบัติตามนโยบายหรือคู่มือการสอนเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ Darling-Hammond และ Hyler (2020) ที่เสนอว่า การพัฒนาครูที่มีประสิทธิภาพควรเชื่อมโยงกับ การปฏิบัติจริง การสะท้อนคิด และการเรียนรู้ร่วมกันมากกว่าการอบรม ระยะสั้นที่แยกขาดจากบริบทห้องเรียน ขณะเดียวกัน งานวิจัยของ Opfer และ Pedder (2011) ก็ชี้ว่าการเรียนรู้ของครูเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและ สัมพันธ์กับทั้งตัวครู โรงเรียน และบริบททางสังคม ไม่สามารถพัฒนาได้ด้วย การส่งผ่านความรู้เพียงทางเดียว เมื่อย้อนกลับมามองประเทศไทย แม้จะมีความพยายามพัฒนาครู อย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบการอบรม ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ในทางปฏิบัติระบบการพัฒนาครู จำ�นวนไม่น้อยยังคงให้ความสำ�คัญกับการทำ�ตามรูปแบบมากกว่าการ สร้างความเข้าใจต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน และปรับตัวตามงานวิจัย การทบทวน แนวโน้มสะเต็มศึกษาไทยเองก็สะท้อนว่า งานวิจัยด้านการพัฒนาครูยังมี สัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับงานวิจัยด้านการจัดการเรียนรู้ ขณะที่ งานวิจัยจำ�นวนมากยังมุ่งวัดผลหลังการอบรมมากกว่าศึกษาว่าครูใช้ความรู้ ตัดสินใจหรือปรับการสอนในสถานการณ์จริงอย่างไร คำ�ถามสำ�คัญของการพัฒนาครูในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงว่าครู ผ่านการอบรมอะไรมาแล้วบ้าง แต่คือ ครูสามารถอ่านห้องเรียน เข้าใจ ผู้เรียน และตัดสินใจทางวิชาชีพได้ดีเพียงใด เพราะในโลกที่การเรียนรู้
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==