IPST262
ปีที่ 54 ฉบับที่ 262 กันยายน - ตุลาคม 2569 | 35 สิ่ง หนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ การเขียนหรือจดบันทึกในสมุดหรือกระดาษ กลายเป็นการจดบันทึกในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้ การพิมพ์ในอุปกรณ์แทน ในบางกรณี หรือบางรายวิชาไม่มีการ จดบันทึกใดๆ เลย เพียงส่งไฟล์ให้นักเรียนเท่านั้น สิ่งนี้อาจจะเป็นการ อำ�นวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้เรียนและผู้สอนเป็นอย่างมาก แต่ในอีก มุมหนึ่งเรากำ�ลังละเลยประโยชน์ของการเขียนด้วยมือไปหรือไม่ มีงานศึกษาวิจัยประโยชน์ของการเขียนเป็นจำ�นวนมาก เปรียบเทียบกับการบันทึกในหลายรูปแบบพบว่าการเขียนด้วยมือมีส่วนช่วย ในการจดจำ�และการวิเคราะห์เชื่อมโยงได้มากขึ้น จากการทดลอง ของ Muller และ Oppenheimer (2014) ซึ่งได้ทำ�การทดลองกับ อาสาสมัครโดยเปรียบเทียบการเรียนรู้ด้วยการพิมพ์ในคอมพิวเตอร์และ การจดบันทึกด้วยมือ พบว่าทั้งสองกลุ่มสามารถทำ�ได้ดีพอกันในการ ตอบคำ�ถามระดับพื้นฐาน (Factual-recall Question) จากเนื้อหา แต่ในกรณีคำ�ถามเชิงเชื่อมโยงและการวิเคราะห์ (Conceptual- application Question) กลุ่มที่ใช้การพิมพ์จะทำ�ได้แย่กว่ากลุ่ม ที่เขียนด้วยมืออย่างมีนัยสำ�คัญทางสถิติ และเมื่อทำ�การผสมคำ�ถามทั้ง สองรูปแบบเข้าด้วยกันในการทดสอบ กลุ่มทดลองที่เขียนด้วยมือสามารถ ทำ�ได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับงานทดลองอีกหลายๆ ชิ้น ที่ได้ทำ�การศึกษากลุ่มตัวอย่างและเนื้อหารูปแบบอื่นๆ ( Aberšek et al., 2018; Bisio et al., 2016) นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเปรียบเทียบการเขียนด้วยมือ ระหว่างการเขียนบนกระดาษและการเขียนบนแท็บเล็ตด้วยเช่นกัน เช่น งานทดลองในกลุ่มนักเรียนภาษาอังกฤษระดับ L1 ได้ให้ผู้เข้าร่วม ทดลองศึกษาตัวอักษรคันจิ โดยเปรียบเทียบในกลุ่มที่ใช้การเขียน ในแท็บเล็ต และอีกกลุ่มเขียนในกระดาษ พบว่าทั้งสองกลุ่มสามารถ ทำ�ข้อสอบท้ายบทเรียน (Posttest) ได้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่เมื่อ ทำ�การทดสอบย้อนหลัง (Delayed Posttest) หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง พบว่ากลุ่มที่ใช้การจดบันทึกในกระดาษมีผลการทดสอบที่ดีกว่า (Lee, 2021) อย่างไรก็ดี ในการทดสอบกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์ในสหรัฐอเมริกา (Wiechmann et al., 2022) พบว่าการเขียนในกระดาษและใน แท็บเล็ตไม่มีความแตกต่างกัน ทั้งในการตอบคำ�ถามระดับพื้นฐานและ คำ�ถามเชื่อมโยง-วิเคราะห์ (ในงานทดลองนี้ได้มีการทดลองในกลุ่ม ที่ใช้คอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งให้ผลที่ไม่แตกต่างจากอีกสองกลุ่ม แต่ เนื่องจากจำ�นวนตัวอย่างมีน้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ จึงอาจจะมี ความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์ผลได้) ผลการทดลองเหล่านี้แสดงความได้เปรียบของการเขียน เนื่องจากการเขียนสามารถกระตุ้นการทำ�งานของวงจรประสาท (Neural Circuit) รวมถึงกระตุ้นโครงข่ายของสมองได้หลายส่วนมากกว่าเมื่อ เปรียบเทียบกับการพิมพ์ โดยกระตุ้นทั้งส่วนรับรู้ (Sensory) ส่วนสั่ง การ (Motor) และความรู้ความเข้าใจ (Cognitive) ในส่วนเปลือกสมอง (Cerebral Cortex) ทาลามัส (Thalamus) และ เซรีเบลลัม (Cerebellum) (ภาพ 1) ซึ่งมีผลต่อการเก็บรักษาความทรงจำ� (Memory Retention) ได้มากกว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไป และช่วยในการเชื่อมโยงข้อมูลในสมอง ได้มากขึ้น เมื่อทำ�การพิจารณาโดยละเอียดจะพบว่าการเขียนนั้นจะ มีความซับซ้อนในระบบประสาทมาก จากการขยับและท่าทางการขยับที่ ซับซ้อนทำ�ให้การเขียนส่งผลให้การเชื่อมโยงระบบประสาทส่วนสั่งการ ส่วนเรียนรู้และเข้าใจ ซึ่งทับซ้อนกับส่วนที่ใช้ในการเรียนรู้ในเรื่องของ ภาษา การสะกด การผสมคำ� และการเรียนรู้เรื่องของรูปร่าง เช่น สมองส่วน Broca’s area Parietal และ Temporal Lobe อีกด้วย ในขณะที่ การพิมพ์ซึ่งมีรูปแบบการขยับที่น้อยกว่าเนื่องจากเป็นเพียงการขยับนิ้วแบบ ซ้ำ�ๆ กัน ทำ�ให้เกิดการเชื่อมโยงการทำ�งานของสมองได้น้อยกว่าการเขียน อย่างมาก จากการที่สมองและระบบประสาทได้ทำ�งานเชื่อมโยงกัน อย่างมากในกิจกรรมการเขียนนี้เป็นผลดีในการพัฒนาความจำ�และ การคิดวิเคราะห์อย่างมาก และสนับสนุนการแปลงข้อมูล (Encoding) ในสมองอีกด้วย ส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น (Askvik et al., 2020; Marano et al. 2025) จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนซึ่งเป็นครูสอนพิเศษชีววิทยา และเป็นอาจารย์พิเศษในระดับมัธยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ได้แนะนำ� เทคนิคการเรียนวิชาชีววิทยาให้แก่นักเรียนด้วยการเขียนสรุปเนื้อหา ระหว่างการเรียนและระหว่างการอ่านหนังสือทบทวน โดยเขียนลงใน กระดาษและใช้ปากกาหลายสี รวมถึงการใช้แท็บเล็ตส่วนตัวของนักเรียน ร่วมด้วย โดยให้นักเรียนใช้การสรุปในรูปแบบที่ถนัดและผู้สอน ช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องอีกทีหนึ่งผลตอบรับของนักเรียนที่ใช้ วิธีนี้ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ภาพ 1 แสดงบริเวณของสมองที่เชื่อมโยงกับการเขียนและการพิมพ์ปรับปรุงจาก Marano et al. (2025)
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==