IPST262
46 | นิตยสาร สสวท. นั กจิตวิทยาพุทธิปัญญา (Cognitive Psychologists) เตือนถึงวิกฤต ที่กำ�ลังเกิดขึ้นในสมองของผู้เรียนจากการพึ่งพา AI ซึ่งทำ�ให้ เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ภาพลวงตาของความเข้าใจ” (Illusion of Understanding) และ “ภาพลวงตาของความลึกในการอธิบาย” (Illusion of Explanatory Depth - IOED) กล่าวคือ คนเรามักประเมินว่าตนเอง เข้าใจสิ่งต่างๆ ลึกซึ้งกว่าที่เป็นจริงและจะตระหนักถึงขีดจำ�กัดของ ความเข้าใจก็ต่อเมื่อได้ลงมือพยายามอธิบายสิ่งนั้นด้วยตนเอง (Rozenblit & Keil, 2002) ผู้เรียนจึงมักสับสนระหว่าง “การเข้าถึงข้อมูลจากภายนอก” กับ “ความเข้าใจที่แท้จริงภายใน” เมื่ออ่านคำ�อธิบายที่สละสลวยจาก AI ผู้เรียนมักหลงคิดว่าตนเองเข้าใจเนื้อหาแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงความรู้นั้น ยังไม่ได้ถูกบ่มเพาะลงในความจำ�ระยะยาว และเป็นเพียงความรู้ที่ฉาบฉวย หากปล่อยให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นต่อไป ผู้เรียนอาจเผชิญกับภาวะ “ความถดถอยทางปัญญา” (Cognitive Atrophy) จากการเลิกใช้ความคิด และแก้ปัญหาด้วยตนเองซึ่งอาจทำ�ให้ผู้คนในสังคมยุคใหม่สูญเสีย ความหลากหลายทางปัญญาเนื่องจากการพึ่งพาคำ�ตอบจาก AI ซึ่งมีรูปแบบ คล้ายคลึงกัน (Doshi & Hauser, 2024) ปรากฏการณ์นี้สะท้อนคำ�เปรียบเทียบในบทความของ Kortemeyer (2026) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Physics Teacher ซึ่ง อุปมาเหตุการณ์ที่ AI มีความสามารถเพิ่มขึ้นทีละน้อยจนผู้สอนไม่ทัน ตระหนักว่า “คำ�ตอบที่ถูกต้อง” ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานของความเข้าใจ ได้อีกต่อไปกับ “ปรากฏการณ์กบต้ม” (Boiling Frog Phenomenon) หากขยายอุปมานี้มาสู่ตัวผู้เรียนจะเห็นว่า เมื่อผู้เรียนเริ่มใช้ AI ช่วยเหลือ ในงานเพียงเล็กน้อย ความสะดวกสบายที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเปรียบเสมือน การเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ�อย่างช้าๆ จนผู้เรียนเกิดความคุ้นชินและละเลยต่อ การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของตนเอง กว่าที่จะตระหนักถึงวิกฤตนี้ ภาวะถดถอยทางปัญญาก็อาจรุนแรงจนยากจะเยียวยา และกลายเป็น อุปสรรคสำ�คัญต่อการพัฒนาศักยภาพขั้นสูงของมนุษย์ ปรากฏการณ์ “กบต้ม” ในการเรียนรู้ยุค AI สอดคล้องกับรายงาน OECD (2026) เรื่อง ความเสี่ยงจากการพึ่งพา AI ในการสังเคราะห์ข้อมูล (Cognitive Offloading) ซึ่งอาจบั่นทอนโครงสร้างความรู้เดิมและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ด้วยเหตุนี้ แนวคิด “การเรียนรู้ด้วยการคิด” (Learning by Thinking) จึงไม่ใช่เรื่องล้าสมัยในยุค AI แต่กลับจะทำ�ให้เป็นวิธีการหลัก ที่ขาดไม่ได้และมีความสำ�คัญยิ่งกว่ายุคใดๆ เพราะความเข้าใจที่แท้จริง และคงทนของมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นจากการอ่านหรือรับข้อมูลสำ�เร็จรูป แต่ เกิดจากการที่สมองต้อง “ทำ�งาน” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล สร้างข้อสรุป และ อธิบายสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทางจิตวิทยา พุทธิปัญญา ทั้งทฤษฎีการอธิบายด้วยตนเอง (Self-Explanation Theory) (Chi et al., 1994) และทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Generative Learning Theory) (Fiorella & Mayer, 2016) ซึ่งยืนยันว่าความเข้าใจ ที่คงทนเกิดจากการที่ผู้เรียนสร้างความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลผ่าน กระบวนการทางปัญญาภายใน การเรียนรู้ด้วยการคิด (Learning by Thinking: LbT) คืออะไร โดยทั่วไปแล้ว แบบจำ�ลองการเรียนรู้ที่เราคุ้นเคยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การเรียนรู้จากการสังเกต (Learning from Observation) เช่น การทดลอง การสังเกตการณ์โลกภายนอก หรือ การลงมือปฏิบัติ และการเรียนรู้จากการบอกเล่าหรือการรับฟังผู้เชี่ยวชาญ (Learning from Testimony) เช่น การฟังครูบรรยาย การอ่านตำ�รา หรือ การอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและ AI (Lombrozo, 2024) ทั้งสองรูปแบบนี้เป็นการนำ�เข้าข้อมูลความรู้ใหม่จากภายนอก (Outside the Head) แต่ “การเรียนรู้ด้วยความคิด” (Learning by Thinking - LbT) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจโดยปราศจาก ข้อมูลนำ�เข้าใหม่จากภายนอกในขณะนั้น ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ที่ ค้นพบแนวคิดใหม่จากการจำ�ลองความคิดในสมอง (Thought Experiment) (Bascandziev et al., 2025) หรือผู้เรียนที่ค้นพบความเชื่อมโยงของ สูตรคณิตศาสตร์หลังจากพยายามอธิบายเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อสงสัยว่า หากเราไม่มีข้อมูลใหม่เข้ามาเลยแล้วเราจะสร้าง “ความรู้ใหม่” จาก “ข้อมูลเก่า” ที่มีอยู่ในสมองได้อย่างไร คำ�ตอบคือ สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการ “อธิบายข้อมูลตัวแทนความรู้ใหม่” (Representational Redescription) (Karmiloff-Smith, 1992) ความรู้ หลายอย่างในสมองของเราถูกจัดเก็บไว้ในลักษณะกระจัดกระจายเป็นเพียง ความทรงจำ�เชิงภาพ เสียง หรือทักษะทางกายภาพที่ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยน เป็นระบบภาษาที่ชัดเจน กระบวนการคิดและอธิบายจะเข้ามาทำ�หน้าที่ หลอมรวม ผสมผสาน และจัดเรียงข้อมูลที่มีอยู่นั้นใหม่ ทำ�ให้เกิดความรู้ใหม่ ที่มี “เงื่อนไขการเข้าถึงที่ดีขึ้น” (New Accessibility Conditions) ซึ่ง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นรูปแบบความสอดคล้องหรือช่องว่างของ ความรู้เดิมที่ตนเองไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน การวิจัยด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ได้จำ�แนกกลไกของกระบวนการ “การเรียนรู้ด้วยการคิด” ผ่านกิจกรรมการอธิบาย 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1) การอธิบายด้วยตัวเอง (Self-Explanation - SE) ผู้เรียนสร้างความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผล (Causal Inferences) ระหว่างข้อมูลใหม่กับความรู้เดิม โดยมุ่งเน้นที่การสร้าง “แบบจำ�ลองทาง ความคิด” (Mental Models) แทนการท่องจำ�ข้อมูลเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็น กระบวนการสำ�คัญในการทำ�ความเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อน (Chi et al., 1994) ภาพ 1 การอุปมาอุปไมย “ปรากฏการณ์กบต้ม” (Boiling Frog Phenomenon) มาจาก: The boiling-frog problem of physics education, The Physics Teacher, Kortemeyer (2026) .
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTUzMTk1Mw==